แฟ้มสะสมงาน เด็กหญิงรุวัยดา หมีนพราน เลขที่ 25 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/8 โรงเรียนพิมานพิทยาสรรค์ จังหวัดสตูล บ้านเลขที่ 63 หมู่ 1(บ้านควนขัน) ตำบลควนขัน อำเภอเมือง จังหวัดสตูล รหัสไปรษณีย์ 91000
วันศุกร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2555
วิธีแก้ไขปัญหา "หน้ามันเยิ้ม"
เป็นภาวะที่พบได้บ่อยในช่วงวัยรุ่น เนื่องจากมีอิทธิพลของฮอร์โมนเพศ ที่เพิ่มขึ้นไปกระตุ้นต่อมไขมันให้ทำงานมากขึ้น แต่บางคนคิดว่าตัวเองพ้นวัยรุ่นมานานแล้ว ทำไมยังหน้ามันไม่หายสักที นั่นเป็นเพราะยังมีปัจจัยอีกหลายอย่าง ที่ส่งผลต่อความมันบนใบหน้า ความเครียด, การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่น ในหญิงมีครรภ์, ความร้อน และการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ไม่เหมาะสม
ส่วนความเชื่อที่ว่าการรับประทานของมันๆ เช่น ขาหมู, ไอสกรีม, กะทิ แล้วจะทำให้หน้ามันนั้นเป็นการเข้าใจผิดค่ะ เพราะเป็นไขมันคนละชนิด กับที่หลั่งออกมาสู่ผิวหนัง
ปัญหาที่พบคู่กันกับคนหน้ามันคือ
รูขุมขนกว้าง ซึ่งจะสัมพันธ์กับปริมาณไขมันที่ผลิตจากต่อมไขมัน และหลั่งออกสู่ผิวหนังที่มากขึ้น เพราะถ้าไขมันเหล่านี้ไม่สามารถระบายออกไปได้ ก็จะเกิดการอุดตันเกิดเป็นสิวตามมาให้กลุ้มใจอีกเรื่อง
การดูแลรักษาผิวหน้า สำหรับคนหน้ามัน 1. ควรล้างหน้าให้สะอาดวันละ 2-3 ครั้งก็พอ เพราะการล้างหน้าบ่อยเกินไป กลับจะเป็นโทษคือทำให้ผิวหน้าอักเสบระคายเคืองได้ ในระหว่างวันถ้ารู้สึกรำคาญหน้ามันก็อาจใช้กระดาษซับมันช่วยได้ สบู่หรือโฟมที่เลือกใช้ควรผลิตสำหรับผิวมันโดยเฉพาะ หรืออาจใช้เป็นสบู่เด็กก็พอ ไม่ควรใช้สบู่ที่ฟอกแล้วหน้าตึงมาก
2. ครีมบำรุงหรือครีมให้ความชุ่มชื้น ควรเลือกชนิดปราศจากน้ำมัน (Oil-free) และไม่อุดตันรูขุมขน (Non-Comidogenic) และควรมีสารป้องกันแสง UV ที่จะมาทำลายผิวด้วย
3. การแต่งหน้า ถ้าเป็นไปได้แป้งที่เหมาะสม สำหรับคนหน้ามันก็คือแป้งฝุ่น แต่ถ้าจำเป็นต้องแต่งหน้าก็อาจใช้แป้งฝุ่นก่อนจึงค่อยแต่งหน้า การเลือกใช้รองพื้นควรใช้ชนิดที่มีส่วนผสมเป็นน้ำ (Water Based) และปราศจากน้ำมัน (Oil-free)
ถ้าปฏิบัติด้วยวิธีดังกล่าวแล้วยังมีหน้ามันมาก มีรูขุมขนกว้างหรือมีสิวขึ้นจนขาดความมั่นใจ ก็ควรไปปรึกษาแพทย์ผิวหนัง เพราะคุณหมอจะมียาทาบางชนิดที่ช่วยลดการทำงานของต่อมไขมัน ช่วยขจัดเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว ที่อุดตันตามรูขุมขนออกไป เช่น ยาในกลุ่มกรดวิตามินเอ, AHA, BHA ฯลฯ ทำให้ผิวหน้าดูดีขึ้น
ส่วนยารับประทานที่ควบคุมความมันบนใบหน้า เป็นยาอันตราย ซื้อทานเองหรือเอาไปแบ่งเพื่อนทานก็ไม่ได้ ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดเท่านั้น
4 อาหารเลวที่ดีต่อร่างกายของคุณ
เลือกชีสชนิด Strong-flavored เช่น เฟต้าชีส บลูชีส และชีสพาร์เมซานสด (ไม่ขูด) ซึ่งคุณจะใช้ในปริมาณน้อยหากนำไปปรุงอาหาร
เลี่ยงชีสประเภทไขมันต่ำ เพราะชีสพวกนี้มีไขมันเพียง 6 กรัมต่อออนซ์ เมื่อนำไป ปรุงอาหาร แล้วจะไม่ได้รสชาติ เราจึงโน้มเอียงที่จะอนุญาตให้ตัวเองกินมันมากขึ้น เช่น เดียวกับชีสไม่มีไขมัน ซึ่งส่วนใหญ่ไม่มีรส
ช็อกโกแลต ลืมไปเลยที่ว่าช็อกโกแลตเป็นสาเหตุของสิว และไมเกรน ที่จริงมันมีส่วนผสม บางอย่างที่ต่อต้านการเกิดมะเร็ง และโรคหัวใจเช่นเดียวกับในผักและผลไม้ เว้นแต่ ว่ามีไขมันสูงกว่าเท่านั้น แต่ถ้าหากคุณมองหาช็อกโกแลตในตอนที่หดหู่นั่นก็ถูก ต้อง เพราะมันจะเพิ่มสารชีโรโตนินในสมอง ทำให้อารมณ์ดีขึ้น
เลือกดาร์กช็อกโกแลต ช็อกโกแลตยิ่งเยอะก็หมายความว่าใส่โกโก้บัตเตอร์ซึ่งอุดม ด้วยไขมันน้อยลง
เลี่ยงช็อกโกแลตที่ผสมคาราเมล มาร์ชแมลโลว และไขมันที่ทำให้อ้วนอื่น ๆ
เนื้อวัว พักการทานไก่ย่างชั่วคราวแล้วหันมากินสเต็กสักชิ้นเนื้อวัวเป็นแหล่งดีเลิศของ โปรตีน และสารอาหารที่ผู้หญิงมักได้รับจากอย่างอื่นไม่เพียงพอ เช่น เหล็ก สังกะสี และวิตามินบี 12
เลือกเนื้อท่อนโคนขา หรือเนื้อสะโพก ซึ่งเป็นส่วนของเนื้อที่มีเนื้อมากกว่ามัน เพราะจะมีไขมันอิ่มตัวเพียง 4.5 กรัมหรือน้อยกว่า ต่อเนื้อน้ำหนัก 3 ออนซ์ ปรุง แบบหมุนย่าง ซึ่งจะทำให้เราเหลือเนื้อที่ในจานสำหรับใส่ผักได้มากขึ้น
เลี่ยงเนื้อซี่โครงและทีโบนชั้นเลิศ เพราะมีไขมันและแคลอรีมากเป็นเท่าตัวของ ส่วนอื่น ๆ
กาแฟไม่จำเป็นต้องงดดื่มกาแฟ การวิจัยเร็ว ๆ นี้ปฏิเสธว่า กาแฟไม่เกี่ยวข้องกับการ เกิดโรคหัวใจ เนื้อเยื่อในหน้าอกผิดปกติ หรือความดันโลหิตสูง หากแต่คาเฟอีนช่วย บรรเทาอาการแพ้ ทำให้คุณกระฉับกระเฉงและสมาธิดีขึ้น
เลือกกำหนดตัวเองให้ดื่มกาแฟไม่เกิน 2 - 3 แก้วต่อวัน และอย่าใส่ครีมกับน้ำตาล ให้มากนัก
เลี่ยงกาแฟแก้วใหญ่พิเศษ ที่อุดมไปด้วยครีม น้ำตาล น้ำแร่ และวิปครีม ซึ่งให้ แคลอรีมากถึง 300 แคลอรี
ถ้าทำได้ตามนี้ ก็รับประกันว่าจะได้ความอร่อยที่ไม่เป็นโทษแน่ ๆ
วันพฤหัสบดีที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2555
การเดินทางของความรัก
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเกาะแห่งหนึ่งซึ่งรวบรวมความรู้สึกทั้งหมดอาศัยอยู่ด้วยกัน
ทั้งความสุข ความเศร้า ความรู้และอื่นๆ รวมทั้งความรัก
วันหนึ่งมีประกาศไปยังความรู้สึกทั้งหมดว่า เกาะกำลังจะจม
ดังนั้นทั้งหมดจึงเตรียมเรือเพื่อที่จะหนีออกจากเกาะ
ความรักเท่านั้นที่ตัดสินใจอยู่บนเกาะ
ความรักต้องการที่จะอยู่จนกระทั่งวินาทีสุดท้าย
เมื่อเกาะเกือบจะจมแล้วความรักจึงตัดสินใจขอความช่วยเหลือ
ความรวยแล่นเรือผ่าน ความรวยตอบว่า...
“ไม่ได้หรอกฉันรับเธอไม่ได้ เพราะเรือฉันน่ะ เต็มไปด้วยทองและเงินแล้วมันไม่มีที่ให้คุณ”
ความรักจึงตัดสินใจจะถามความเห็นแก่ตัวซึ่งผ่านมาเหมือนกันด้วยเรือลำงาม
“ความเห็นแก่ตัวช่วยฉันด้วย”
“ฉันช่วยคุณไม่ได้หรอก ความรักคุณน่ะเปียก อาจจะทำให้เรือฉันเปียกด้วย”
ความเศร้าได้พายเรือผ่านมา
ความรักก็ได้เอ่ยขอความช่วยเหลืออีก
ความเศร้าตอบว่า
“โอ้ความรักฉันกำลังเศร้ามากเลย ฉันต้องการอยู่คนเดียว ขอโทษนะ”
ความสุขได้ผ่านความรักไปเหมือนกัน
แต่เขาไม่ได้ยินแม้เสียงร้องเรียกขอความช่วยเหลือของความรัก เพราะมัวแต่กำลังสุข ทันใดนั้นมีเสียงหนึ่งดังขึ้นมา “มานี่ความรักฉันจะรับคุณไปเอง”
เสียงนั้นเป็นของคนแก่คนหนึ่ง
ความรักรู้สึกขอบคุณและดีใจเป็นอย่างมากจนลืมถามชื่อว่าใครเป็นผู้ใจดีคนนั้น
เมื่อพวกเขามาถึงแผ่นดินที่แห้ง คนแก่ก็จากไปตามทางของเขา ความรักนึกขึ้นมาได้ว่าลืมถามชื่อคนแก่คนนั้นความรักจึงถามความรู้และคนแก่คนอื่นๆ
“ใครเหรอที่เป็นคนช่วยฉัน” ความรู้ตอบว่า “เวลา” ความรัก “แต่ทำไมเวลาจึงช่วยฉันล่ะ ?”
ความรู้ยิ้มในความรอบรู้ของตัวเอง แล้วตอบความรักว่า
“ก็เพราะว่ามีเพียงเวลาเท่านั้นที่เข้าใจว่าความรักยิ่งใหญ่แค่ไหนน่ะสิ”
ทั้งความสุข ความเศร้า ความรู้และอื่นๆ รวมทั้งความรัก
วันหนึ่งมีประกาศไปยังความรู้สึกทั้งหมดว่า เกาะกำลังจะจม
ดังนั้นทั้งหมดจึงเตรียมเรือเพื่อที่จะหนีออกจากเกาะ
ความรักเท่านั้นที่ตัดสินใจอยู่บนเกาะ
ความรักต้องการที่จะอยู่จนกระทั่งวินาทีสุดท้าย
เมื่อเกาะเกือบจะจมแล้วความรักจึงตัดสินใจขอความช่วยเหลือ
ความรวยแล่นเรือผ่าน ความรวยตอบว่า...
“ไม่ได้หรอกฉันรับเธอไม่ได้ เพราะเรือฉันน่ะ เต็มไปด้วยทองและเงินแล้วมันไม่มีที่ให้คุณ”
ความรักจึงตัดสินใจจะถามความเห็นแก่ตัวซึ่งผ่านมาเหมือนกันด้วยเรือลำงาม
“ความเห็นแก่ตัวช่วยฉันด้วย”
“ฉันช่วยคุณไม่ได้หรอก ความรักคุณน่ะเปียก อาจจะทำให้เรือฉันเปียกด้วย”
ความเศร้าได้พายเรือผ่านมา
ความรักก็ได้เอ่ยขอความช่วยเหลืออีก
ความเศร้าตอบว่า
“โอ้ความรักฉันกำลังเศร้ามากเลย ฉันต้องการอยู่คนเดียว ขอโทษนะ”
ความสุขได้ผ่านความรักไปเหมือนกัน
แต่เขาไม่ได้ยินแม้เสียงร้องเรียกขอความช่วยเหลือของความรัก เพราะมัวแต่กำลังสุข ทันใดนั้นมีเสียงหนึ่งดังขึ้นมา “มานี่ความรักฉันจะรับคุณไปเอง”
เสียงนั้นเป็นของคนแก่คนหนึ่ง
ความรักรู้สึกขอบคุณและดีใจเป็นอย่างมากจนลืมถามชื่อว่าใครเป็นผู้ใจดีคนนั้น
เมื่อพวกเขามาถึงแผ่นดินที่แห้ง คนแก่ก็จากไปตามทางของเขา ความรักนึกขึ้นมาได้ว่าลืมถามชื่อคนแก่คนนั้นความรักจึงถามความรู้และคนแก่คนอื่นๆ
“ใครเหรอที่เป็นคนช่วยฉัน” ความรู้ตอบว่า “เวลา” ความรัก “แต่ทำไมเวลาจึงช่วยฉันล่ะ ?”
ความรู้ยิ้มในความรอบรู้ของตัวเอง แล้วตอบความรักว่า
“ก็เพราะว่ามีเพียงเวลาเท่านั้นที่เข้าใจว่าความรักยิ่งใหญ่แค่ไหนน่ะสิ”
ความรักกับพลังในการก้าว
"ผู้ชายยอมทิ้งผู้หญิงที่รัก ทิ้งหัวใจ .. เพื่อสร้างโลก
แต่ผู้หญิงจะยอมทิ้งโลก .. เพื่อชายที่ตนรัก"
ที่จริงเป็นเพราะคนเรามักเคยชินกับความรัก และกลัวที่จะสูญเสียมันไป .. เวลาที่หัวใจอ่อนแอจึงไม่มีแรงคิด ไม่มีแรงทำอะไร พลังในการก้าวเดินก็ลดน้อยลง หลายคนจึงคิดว่า ความรักเป็นตัวถ่วงชีวิตให้ก้าวช้า เสียเวลา สู้เดินออกมาเองเสียจะเจ็บน้อยกว่า
หมุนความรักของคุณให้เป็นวงกลม แล้วมองไปในทิศทางเดียวกัน
เพื่อที่จะมองเห็นพร้อมกันทุกมุม
การฝึกผ่อนคลายความเครียด
1. แขนขวา
2. แขนซ้าย
3. หน้าผาก
4. ตา แก้มและจมูก
5. ขากรรไกร ริมฝีปากและลิ้น
6. คอ
7. อก หลัง และไหล่
8. หน้าท้อง และก้น
9. ขาขวา
10. ขาซ้าย
- เกร็งกล้ามเนื้อไปทีละกลุ่ม ค้างไว้สัก 10 วินาที แล้วคลายออก จากนั้นก็เกร็งใหม่สลับกันไปประมาณ 10 ครั้ง ค่อยๆ ทำไปจนครบทั้ง 10 กลุ่ม
- เริ่มจากการกำมือ และเกร็งแขนทั้งซ้ายขวาแล้วปล่อย
- บริเวณหน้าผาก ใช้วิธีเลิกคิ้วให้สูง หรือขมวดคิ้วจนชิดแล้วคลาย
- ตา แก้ม และจมูก ใช้วิธีหลับตาปี๋ ย่นจมูกแล้วคลาย
- ขากรรไกร ริมฝีปากและลิ้น ใช้วิธีกัดฟัน เม้มปากแน่นและใช้ลิ้นดันเพดานโดยหุบปากไว้แล้วคลาย
- คอ โดยการก้มหน้าให้คางจรดคอ เงยหน้าให้มากที่สุดแล้วกลับสู่ท่าปกติ
- อก หลัง และไหล่ โดยหายใจเข้าลึกๆ แล้วเกร็งไว้ ยกไหล่ให้สูงที่สุดแล้วคลาย
- หน้าท้องและก้น ใช้วิธีแขม่วท้อง ขมิบกันแล้วคลาย
- งอนิ้วเท้าเข้าหากัน กระดกปลายเท้าขึ้นสูง เกร็งขาซ้ายและขวาแล้วปล่อย
ดังนั้น ครั้งต่อไปเมื่อเครียดและกล้ามเนื้อเกร็งจะได้รู้ตัว และรีบผ่อนคลายโดยเร็ว ก็จะช่วยได้มาก
กำหนดลมหายใจเข้าออก โดยสังเกตลมที่มากระทบปลายจมูก หรือริมฝีปากบน ให้รู้ว่าขณะนั้นหายใจเข้าหรือออก
นับไปเรื่อยๆ จนถึง 5
เริ่มนับใหม่จาก 1-6 แล้วพอ
กลับมานับใหม่จาก 1-7 แล้วพอ
กลับมานับใหม่จาก 1-8 แล้วพอ
กลับมานับใหม่จาก 1-9 แล้วพอ
กลับมานับใหม่จาก 1-10 แล้วพอ
ย้อนกลับมาเริ่ม 1-5 ใหม่ วนไปเรื่อยๆ
- เลือกเวลาที่เหมาะสม เช่น หลังตื่นนอน เวลาพักกลางวัน ก่อนเข้านอน ฯลฯ
-นั่งหรือนอนในท่าที่สบาย ถ้านั่งควรเลือกเก้าอี้ที่มีพนักพิงศีรษะอย่าไขว่ห้างหรือกอดอก
- หลับตา เพื่อตัดสิ่งรบกวนจากภายนอก
- หายใจเข้าออกช้าๆ ลึกๆ
- ทำใจให้เป็นสมาธิ โดยท่องคาถาบทสั้นๆ ซ้ำไปซ้ำมา เช่น พุทโธ พุทโธ หรือจะสวดมนต์บทยาวๆ ต่อเนื่องกันไปเรื่อยๆ เช่น สวดพระคาถาชินบัญชร 3-5 จบ เป็นต้น
การหัวเราะ
การหัวเราะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายใน 7
ระบบได้แก่

อาหารชะลอวัยให้ดวงตา
สารเบต้าแคโรทีน ลูทีน และซีแซนทีน
ช่วยปกป้องดวงตาและบำรุงสายตาให้มองเห็นได้อย่างชัดเจน
ประโยชน์ของสารลูทีนกับดวงตา สารลูทีนเป็นญาติกับเบต้าแคโรทีน พบมากใน Macula Lutea ของจอประสาทตาซึ่งเป็นจุดที่มองเห็นได้ชัดที่สุดที่เยื่อภายในลูกตาสำหรับรับภาพ ซึ่งสารลูทีนจะทำหน้าที่กรองแสงสีฟ้าที่เป็นอันตรายต่อดวงตา รวมถึงดวงตาเด็กที่ยังบอบบาง ดักจับอนุมูลอิสระ บำรุงสายตา และป้องกันโรคที่เกิดกับตา
พืชผักที่มีสารลูทีน* ผักกาดขาว ประมาณ 14.7-39.6 มิลลิกรัม มีสารลูทีน 100 กรัม* กระหล่ำเขียว ประมาณ 21 มิลลิกรัม มีสารลูทีน 100 กรัม* ผักโขม ประมาณ 4.4-15.9 มิลลิกรัม มีสารลูทีน 100 กรัม* บร็อกโคลี่ ประมาณ 1.8-2.4 มิลลิกรัม มีสารลูทีน 100 กรัม* ต้นหอม 1.9 มิลลิกรัม มีสารลูทีน 100 กรัม* ฟักทอง ประมาณ 2 มิลลิกรัม มีสารลูทีน 100 กรัม* พริกหวาน ประมาณ 0.7-2 มิลลิกรัม มีสารลูทีน 100 กรัม
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)









