"ผู้ชายยอมทิ้งผู้หญิงที่รัก ทิ้งหัวใจ .. เพื่อสร้างโลก
แต่ผู้หญิงจะยอมทิ้งโลก .. เพื่อชายที่ตนรัก"

คุณคิดอย่างไรกับคำกล่าวนี้ ?
มีคู่รักหลายคู่ที่คบกันมานานๆ รักกันมานานก็เห็นรักกันมาได้ ..
แต่เมื่อถึงเวลาที่ชีวิตต้องมีการเปลี่ยนแปลง เป็นต้องเลิกกัน
ผู้ชายบางคนสอบได้ทุนไปเรียนต่อเมืองนอก
หรือต้องไปอยู่ที่อื่นเพราะหน้าที่การงาน ก็มักจะเคลียร์ตัวเองโดยการทิ้งแฟน
ทำทุกอย่างให้ว่างเปล่า เหตุผลที่พูดบ่อยที่สุดคือ "ไม่อยากมีห่วง ไม่อยากกังวล
ไม่อยากมานั่งคิดถึงใคร อยากทำหน้าที่ให้สมบูรณ์ที่สุด แล้วค่อยกลับมาคิดใหม่"
ในขณะที่ผู้หญิงบางคน ยอมสละตำแหน่งหน้าที่การงานดีๆ เงินเยอะๆ
เพราะอยากอยู่ใกล้ๆ แฟน ทิ้งเพื่อนฝูงเพื่อไปดูแลคนรัก
มีชายหนุมคนหนึ่งกล่าวว่า .. "เวลาที่เขารักใครสักคน ไม่ว่าจะนั่ง ยืน เดิน
จะทำอะไร เหมือนในมือของเขาถือหัวใจอยู่สองดวง ข้างหนึ่งเป็นของตัวเอง
อีกข้างหนึ่งเป็นของคนรัก มือทั้งสองข้างหนักอึ้ง ไม่ว่างพอที่จะทำให้ก้าวเดินเร็วๆ
ได้ กลัวสะดุด หกล้ม ห่วงหน้าพะวงหลัง ไม่กล้าคิด ไม่กล้าตัดสินใจอะไร
เพราะถ้าล้มลงไป ไม่ใช่แค่หัวใจตัวเอง แต่หมายถึงหัวใจของคนที่เขารักด้วย
ทำอะไรเลยต้องระวังไปหมด" คุณผู้ชายเลยวางหัวใจอีกดวงไว้กลางทาง ถ้าว่างจะย้อนกลับมาเก็บ
(ส่วนมากวางแล้วก็ลืม) ..
โดยให้เหตุผลว่าอย่างน้อยก็คงไม่เจ็บเท่ากับการที่เขาทำหล่นเอง พอไม่มีอะไรให้ห่วง
ทำอะไรก็ราบรื่น
ที่จริงเป็นเพราะคนเรามักเคยชินกับความรัก และกลัวที่จะสูญเสียมันไป ..
เวลาที่หัวใจอ่อนแอจึงไม่มีแรงคิด ไม่มีแรงทำอะไร พลังในการก้าวเดินก็ลดน้อยลง
หลายคนจึงคิดว่า ความรักเป็นตัวถ่วงชีวิตให้ก้าวช้า เสียเวลา
สู้เดินออกมาเองเสียจะเจ็บน้อยกว่า
ให้มองอีกด้านว่า ความรักไม่ใช่ความเคยชินที่ต้องได้
แต่ความรักเป็นของขวัญที่วิเศษ เพราะเวลาที่ได้รับของขวัญจากใคร จะรู้สึกตื่นเต้น หัวใจเราจะเต้นแรง ..
เมื่อรู้สึกรักใคร หัวใจเราก็จะเต้นแรง พอหัวใจเต้นแรง
ระบบไหลเวียนเลือดก็สูบฉีด สมองก็ปลอดโปร่ง ..
แล้วแบบนี้จะไม่มีแรงก้าวไปข้างหน้าเลยเชียวหรือ !?!
หมุนความรักของคุณให้เป็นวงกลม แล้วมองไปในทิศทางเดียวกัน
เพื่อที่จะมองเห็นพร้อมกันทุกมุม
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น