วันเสาร์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2555

เวลา กับ นาฬิกา แตกต่างแต่เติมเต็ม

เวลา... เดินไปข้างหน้า
นาฬิกา.. เดินอยู่ที่เก่า

เวลา.. เราไม่อาจย้อนกลับ
นาฬิกา.. เราหมุนย้อนมันได้

เวลา.. เมื่อสูญเสียไปแล้วไม่อาจเรียกร้องคืน
นาฬิกา.. เสียก็ซ่อม หรือซื้อใหม่ไปเลย

เวลา.. ได้มาฟรีๆ ไม่ต้องแลกกะอะไร
นาฬิกา.. ยิ่งสวยยิ่งแพง ใช้เงินซื้อมันมาทั้งนั้น

แล้วอย่างนี้ มันจะคู่กันได้ยังไง ในเมื่อมันแตกต่างกันเหลือเกิน


แต่ถามหน่อย.. ถ้าไม่มีนาฬิกา จะรู้เวลามั๊ย
หรือถ้ามีแต่นาฬิกา แต่ไม่รู้จักเวลา จะมีประโยชน์อะไร


ถึง 2 สิ่งจะแตกต่างกัน แต่ถ้ามันจะคู่กันแล้ว
ย่อมมีจุดร่วมกันเสมอ เพียงแต่จะมองเห็นมันรึป่าว?

ฉันกับเค้า.. อาจไม่มีอะไรเหมือนกัน

ฉันกับเค้า.. มีความคิด และวิถีชีวิตที่ต่างกัน

ฉันกับเค้า.. อาจเดินกันคนละเส้นทาง

ฉันกับเค้า.. อาจมีความฝันที่ห่างไกลกัน
ฉัน.. อาจเหมือนกับเวลา ที่ชอบเดินไปข้างหน้า  หาสิ่งใหม่ๆที่ท้าทาย โดยทิ้งหลายสิ่งไว้ข้างหลัง

เค้า.. อาจเหมือนกับนาฬิกา ที่ยังเป็นแบบเดิมๆ  ใช้ชีวิตและทำหน้าที่ไปเรื่อยๆ ในมุมเก่าๆ

ฉันอาจไม่พบกับเค้าเลย ถ้าฉันยังดึงดันจะมองแต่ข้างหน้า

ฉันอาจไม่พบกับเค้าเลย ถ้าฉันไม่มองไปข้างหลัง

เค้ายังไม่เห็นฉัน เพราะเขายังอยู่แบบเดิมๆ

เค้ายังไม่เห็นฉัน เพราะเขายังก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ของเขาไป

แต่ฉันยังเฝ้ามอง เฝ้ารอ …  ความแตกต่าง อาจสร้างกำแพงบังเค้าไว้

แต่ฉันยังเชื่อมั่น ว่าซักวัน สิ่งนั้นน่ะแหละ   ที่จะเชื่อมโยงใจเราเข้าหากัน

ความแตกต่าง จะเติมเต็มส่วนที่เราขาดหาย

และสุดท้ายก็จะเหลือเพียงแค่คำว่า..**กันและกัน **

วันเสาร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2555

99 ประโยคดีๆๆของคำว่ารัก

 


1. คนที่บอกว่าตัวเองมี"รักแท้" คือคนที่ไม่รู้จัก คำว่า "รัก" เลย
2. ถ้าสีต่างๆคือตัวแทนของความรู้สึก ความรักที่บริสุทธิ์ ไม่ใช่ความรักที่ไม่มีสี แต่กลับเป็นสิ่งที่มีสีเยอะที่สุดบนโลก
3. ถ้าแผ่น VCD คือ ความรัก คงจะไม่มีเทคโนโลยีใดๆบนโลกที่จะ อ่านมันได้เข้าใจที่สุด
4. ความรักจะกลายเป็นสิ่งไร้ค่า ถ้าเอามาเป็นตัวแทนของคำโกหก
5. ถ้าเสตอริโอ เป็นความรักของคนคนหนึ่งที่มีให้คุณ จงจำไว้ว่า ถ้าตราบใดที่ คุณ ยังไม่เปิด Volume คุณจะไม่มีวันรู้เลยว่าจริงๆแล้วเขารักคุณหรือไม่
6. ความรักเป็นบ่อเกิดของความเกลียด แต่จงจำไว้ ถ้าไม่มีเกลียด ก็จะไม่มีรัก
7. Sex ไม่ใช่การแสดงออกของความรัก แต่เป็นเพียงส่วนประกอบส่วนหนึ่งของความรักเท่านั้น
8. ทุกครั้งที่คุณด่าคนที่แอบรักคุณว่า "โง่" คุณรู้ไหมว่า คุณ โง่ กว่าเขา 10 เท่า
9. "คนรักกัน" ก็เหมือนไม้บรรทัด ที่ ทั้งสองด้านมี เรา และ เขายืนอยู่ ถ้าไม่ลองเดินเข้าหากัน มันก็เป็นแค่ "คนที่เห็นหน้ากัน" เท่านั้น
10. ถ้าความรักเปรียบได้ดั่งไม้บรรทัด ที่ทั้งสองด้านมี เราและ เขายืนอยู่ จงเดินเข้าหากันในระยะที่เท่ากัน อย่าทำให้ความสมดุลของความรัก ต้องหักลง
11. ในช่วงเวลาที่คุณยืนอยู่คนละด้านของไม้บรรทัดแห่งความรัก.. จงตะโกนใส่เขาเสียบ้าง ให้เขาได้รู้ว่าคุณยังอยู่ตรงนี้ อยู่บนไม้บรรทัดแห่งความรักของกันและกัน
 
12. ในห้องนอนห้องหนึ่ง ถ้าคุณผู้ชายบอกเหล่าคุณผู้หญิงว่า "รักแล้วให้ไม่ได้หรอ?" จงจำไว้ว่า มัน "อาจ" จะเป็นการให้ความรักของเขา กลับคืนสู่เขาตลอดไปก็ได้
13. หัดเชื่อในลมปากของคำโกหกที่เบาๆ ดีกว่าต้องมาเจอการกระทำที่ร้ายแรง
14. ชีวิตที่ยังมีความหวัง ก็เปรียบได้กับ กลีบ ดอกไม้ ที่ยังล่องลอยอยู่ในอากาศได้ เพราะสายลมที่ชื่อว่า "รัก"
15. ทุกครั้งที่ผู้หญิงคนหนึ่งเสียความบริสุทธิ์ ให้แก่ผู้ชาย จงจำไว้ว่า ได้เกิดการสูญเสียของสิ่งที่ชื่อว่า "ความไม่ไว้วางใจ" ไปแล้ว และ "ความไว้วางใจ" ได้เข้ามาแทนที่ในหัวใจของผู้หญิงคนนั้นแล้ว
16. และถ้าเมื่อไหร่ ที่ความ "ไว้วางใจ" นั้นถูกหักหลังลงอย่างร้ายกาจ... สิ่งสุดท้ายที่จะเข้ามาแทนที่ คือ "ความเสียใจอย่างสุดจะหามิได้" นั่นเอง
17. คนที่คุณรัก อาจไม่ใช่คนที่รักคุณมากที่สุดบนโลกใบนี้
18. ในช่วงเวลา 1 วินาทีที่คุณคิดจะนอกใจ... เท่ากับคุณกำลังจะให้คนที่รักคุณคนหนึ่งต้องเสียใจไป 1 ปี
19. ความรักไม่มีนิยามที่ตายตัว ตั้งแต่วันแรกที่มันกำเนิดขึ้นมาบนโลกแล้ว
20. ถ้าใครที่บอกว่า มันผู้นั้นคือผู้ที่เข้าใจในความรักมากที่สุด คนผู้นั้น ไม่เคยเข้าใจในอะไรเลย
21. ความรักไม่มีนิยาม แต่มีความหมาย หลากร้อยหลายพัน Species
22. ไม่มีใครบนโลกสามารถให้นิยามแก่ความรักได้ แต่ ให้นิยามแก่ความรักของ "ตนเอง" ได้
23. โชคชะตา ไม่ได้เป็นส่วนประกอบที่ทำให้เกิดความรัก แต่เป็นสิ่งที่ทำให้ความรัก โผล่ขึ้นมาให้คุณได้เห็น
24. พรหมลิขิต เขียนทุกอย่างขึ้นมาในชีวิตคุณ แต่มันไม่อาจเขียนให้คุณรักใครได้
25. โชคชะตา กัน พรหมลิขิต เป็นแค่สองสิ่งที่มารวมกัน เพื่อให้คนสองคนได้เจอกันเท่านั้น
26. ความรักสามารถเป็นอะไรก็ได้ที่คุณอยากให้เป็น แค่เพียงคุณจะนึกถึงมันออก
27. 99.99% ของผู้ชายบนโลก รักผู้หญิงที่ภาพรวม ไม่ใช่ความรู้สึก และนิสัย หรือรูปร่างเพียงอย่างเดียว
28. 99.99% ของผู้หญิงบนโลก ที่จะไม่รักผู้ชายที่ไม่มีอะไรเลย ให้เธอ
29. แก้วน้ำ คือตัวอย่างของความรักที่ไม่มีวันเต็ม
30. ธรรมชาติของผู้ชาย คือ ความรักต่อสิ่งที่สวยงามในผู้หญิง
31. ธรรมชาติของผู้หญิง คือ ความรักต่อสิ่งที่ตนเองเป็นเจ้าของ
32. หายากนักที่จะหาคู่รักสักคู่บนโลกที่ ใช้ "Eye Contact" ในการสื่อสารต่อกันได้
33. ความเร็วของแสง คือ เลขที่เอาไว้แทนค่า ความไวต่อความเจ้าชู้ ของผู้หญิงที่มีต่อผู้ชาย
34. ความรัก ไม่ใช่ Sex
35. ความรัก กับ Sex เหมือนกระดาษ 1 แผ่น ที่ ด้านหนึ่ง คือ "ความรัก" และอีกด้านหนึ่ง คือ "Sex" ซึ่งจะทำให้คุณได้รู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องเดียวกัน แต่เป็นเรื่องที่อยู่ใกล้กันที่สุดนั่นเอง
36. ความรักที่มากที่สุดที่คุณจะได้จากเพื่อน คือ "เพื่อนรัก" เท่านั้น
37. คนที่กลัวความรัก คือคนที่กลัวทุกสิ่งบนโลกใบนี้
38. ความหึงหวง ไม่ใช่การแสดงความเป็นเจ้าของ แต่เป็น ส่วนหนึ่ง ของ คำพูดที่บอกกับอีกคนหนึ่งว่า " ฉันรักเธอนะ และไม่อยากให้เธอไปไหน"
39. ความรัก เหมือนแม่น้ำที่ ไหล ย้อนกลับได้ ในคืนที่ ความเงียบเหงากัดกร่อนหัวใจจนเกินทน
40. เหตุผลของการหักหลัง เริ่มมาจาก การที่ "ไม่ได้รักจริง"
41. เจ็บเร็ว แต่ดีกว่าช้ำนาน
42. ความรักไม่ใช่ทุกสิ่งในชีวิต มันเป็นแค่ประสบการณ์ ถาวร ในความทรงจำ
43. เลือกที่จะรักมากกว่า เลือกที่จะ หลง
44. ถ้าใครบอกคุณว่า เขามีความรักเท่า ดวงดาวบนท้องฟ้า ที่ให้คุณ น่ะ.. มันไมได้รวมถึง ดาวหาง กับ ดวงอาทิตย์ ที่จะเก็บไว้ให้คนอื่น ด้วย (แถมใหญ่กว่า ตั้งหลายเท่า )
45. และถ้าเขาบอกว่ารักคุณเท่ามหาสมุทร เท่านั้นแหละมันได้ที่เก็บซ่อน สิ่งมีชีวิตในน้ำ (แห่งความรัก) ที่ไม่ใช่คุณ เป็นจำนวน หลาย ล้านๆๆ แล้ว
46. การอกหักคือประสบการณ์แห่งชีวิต
47. การอกหัก 1 ครั้งดีกว่า การต้องเก็บซ่อนความรักไว้ในใจ ถึง 1 แสนสองหมื่น 4 พัน เท่า
48. คนที่มีความรัก ไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่มีคู่ครอง แต่ทุกคน มีความรัก ได้เหมือนกัน
49. ค่ายเพลงแห่งความรักที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยคือ Bakery Music
50. ความเหงา เป็นผลพลอยได้ จาก ความเสียใจที่เกิดจากความรัก
51. ผู้หญิงควรจะทำหนังสือ "พฤติกรรมแปลกประหลาดในด้านความรักของผู้หญิง" ให้คุณผู้ชาย อ่านเสียบ้างจริงๆ ตามที่ รอน บอก ในหนังสือ Harry Potter เล่ม 5
52. หนัง หรือ ภาพยนตร์ คือ สื่อที่ถูกนำมาแสดง เรื่องราวของความรักเยอะที่สุด
53. ไม่มีใครเข้าใจในรูปแบบของความรักของตน เท่าตัวของเราเอง... หรือแม้แต่คนที่รักเรา และ เรารัก
54. จุดอ่อนที่สุดของผู้หญิงในเรื่องความรักคือ "คิดมาก"
55. จุดอ่อนที่สุดของผู้ชายในเรื่องความรักคือ "การพยายามใช้โทรจิตบอกเหตุผล แทนคำพูด"
56. ผู้หญิงไม่ได้มาจากดาวศุกร์ และผู้ชายไม่ได้มาจากดาวอังคาร เพราะความรักของมนุษย์ เกิดขึ้นบนโลก
57. ผู้ชายจะเลวกว่า ห ม า เมื่อ เชื่อฟังผู้หญิงน้อยกว่า สุนัขนั่นเอง
58. รัก โลภ โกรธ หลง เป็นสิ่งที่อยู่ด้วยกัน แต่เลือกที่จะเก็บบางอย่างไว้ในใจได้
59. การโทรศัพท์ไปคุย กับคนรัก เป็นเวลา 18 ช.ม. อาจไม่เท่ากับ SMS ที่ส่งไปทำให้ คนรักยิ้มได้
60. ไม่มีสูตรใดบนโลกจะเอามาใช้คำนวณได้ว่า คนที่เป็นแฟนเรา รักเราแค่ไหนกัน
61. ยาที่ดีที่สุดเวลาที่ทะเลาะกับแฟนคือ "การนึกถึง 10 นาทีแรกที่ได้เป็นแฟนกัน"
62. เมื่อถึงเวลาที่ไม่เข้าใจกัน ไม่มีคำพูดใดๆ ดีกว่า คำว่า "ขอโทษ"
63. พร่ำบอกรัก พันล้านครั้ง ไม่เท่า บอกรักจากใจ แค่ครั้งเดียว
64. สำหรับผู้หญิง แหวนที่นิ้วนางซ้าย คือเครื่องหมายแห่งความผูกพัน
65. สำหรับผู้ชาย แหวนที่นิ้วนางซ้าย คือเครื่องหมายแห่งการตีตรา
66. คนที่ฆ่าตัวตายเพราะความรัก คือคนที่ไม่เคยเห็นค่าและไม่รู้จักในความรักเลย
67. บางคนเปรียบผู้หญิง เหมือนหนังสือ ที่รอให้มีคนมาค้นหาอ่าน บางคนอาจเป็นแค่กระดาษเพียงแค่แผ่นเดียว ในขณะที่บางคน อาจเป็นหนังสือ หลายหมื่นหน้าที่จะไม่มีวันอ่านหมด ... แล้วคุณรู้บ้างไหม? ว่า แฟนคุณ อ่านไปถึงหน้าไหนแล้ว?
 68. ไม่มีคน ที่ไม่มีความรัก บนโลก
69. ทางออกที่ดีที่สุดเมื่อเริ่มจะรัก คือ เชื่อในความรัก ของเขา ให้เท่ากับของเรา
70. การกอด เป็นการแสดงความรักที่อบอุ่นที่สุด
71. ความรักกับมิตรภาพ เมื่อนำมาชั่งน้ำหนัก ล้วนเท่ากัน แต่คนที่ทำให้มันแตกต่างกัน คือ การกระทำของคุณ
72. หนังรักที่ดังและดีที่สุดในประเทศไทยคือ Noting Hill และ My Sassy Girl
73. เก็บคำว่า "ขอโอกาส" เอาไว้ ถ้าคำว่า "ขอโทษ" ยังไม่หลุดออกจากปากของคุณ
74. ไม่มีผู้หญิงคนไหนชอบคำว่า "โกหก"
75. ไม่มีผู้ชายคนไหนชอบคำว่า "เธอดีเกินไป" และ "เราไปด้วยกันไม่ได้"
76. เพื่อนกับแฟน มีลักษณะคล้ายๆกัน ในขณะที่ เพื่อนมี มิตรภาพ และ แฟน มี ความรัก
77. ความรักที่แท้จริง ไม่มีเหตุผล ของการรักกัน
78. จงอย่าถาม ว่า "รักเราไหม?" แต่จงถามว่า "รักแค่ไหน?"
79. ความรัก ของพ่อแม่มีอยู่ในทุกที่.. แล้วความรักของเราอยู่ตรงไหน?
80. อย่าสนใจว่า "เราจะรักกันนานแค่ไหน?" แต่จงคิดว่า "เราจะรักอย่างไร?"
81. อย่าคิดถึงวันพรุ่งนี้ แต่จงคิดถึง ความรัก ในอีก สิบนาทีข้างหน้า
82. ถ้ามีอะไร จะสารภาพ อย่ารอให้ กำลังจะตาย แล้ว ค่อยโทรไปบอก
83. ไม่มีคำว่า "สายไป" สำหรับความรัก มีแต่คำว่า "มันไม่มีทางแล้ว" เท่านั้น
84. คนพิเศษ ไม่จำเป็นต้องพิเศษ สำหรับใคร แต่ พิเศษสำหรับเรา
85. ไม่มีความรักที่สมบูรณ์แบบ
86. ถ้าแค่การพูดคำว่ารัก มันยากนักล่ะก็ จงเก็บความเสียใจ เอาไว้ ตลอดไป ไว้คู่กัน
87. คุณไม่รู้หรอกว่า เขาจะเป็นเช่นไร จนกว่า คุณจะได้รักเขา
88. อย่าให้เขา และเรา เป็น คนนำ แต่จงให้ความรักเป็นตัวนำพาไป
89. อย่า มอง ความรักเป็นแค่คำพูดคำหนึ่ง ให้มอง ความรัก เป็น คำที่มีความหมายสำหรับเรา
90. ไม่มีใครรู้จักอีกฝ่ายหนึ่งได้ภายในวันเดียว ไม่งั้น คุณคงต้องต่อสายเสียบปลั๊ก แล้ว ดาว์นโหลด ข้อมูลจากอีกฝ่ายมา
91. ความรักที่อยู่ห่างไกลกันไม่มีในโลกยุคนี้ ถ้าคุณ ยังรู้จัก โทรหา ส่ง Mail หรือ SMS ให้แก่กันบ้าง
92. ความคิดถึง เกิด ขึ้นเพราะ ความรักที่ไม่มีที่ระบาย.. และเป็นเพียง ส่วนประกอบเล็กๆ น้อยๆของความรัก
93. จงอย่าพูดว่า "แค่นี้หรือ?" ... และ "เท่านี้หรือ?" จงพูดว่า "นี่คือเหตุผลหรือ?"
94. พื้นฐานของความรักที่ดี ประกอบ ด้วย "ความเชื่อใจ" "ความเข้าใจ" และ "การตัดสินใจ"
95. ทุกครั้งที่คุณจะถามอะไร กับคนรัก จงยอบรับและทำความเข้าใจในสิ่งที่เขาจะตอบเสียก่อน
96. ของขวัญ ในทุกโอกาส ไม่ใช่ตัววัดระดับความรัก แต่เป็นการแสดงออกรูปแบบหนึ่ง
97. ความผิดพลาดในความรัก มันจะเป็นแค่บทเรียน ถ้าทำความเข้าใจมัน
98. จงเชื่อในความรัก ก่อนที่จะ เชื่อในเหตุผล
99. สุดท้าย ความรักสำหรับผม ไม่ใช่สิ่งที่สวยงามหรือไม่สวยงาม ไม่ใช่ สิ่งที่ดี หรือไม่ดี ไม่ใช่ ดอกไม้ ไม่ใช่ภูเขา ไม่ใช่ท้องฟ้า ไม่ใช่ สายลม และพายุ ไม่ใช่ ใครสักคน ไม่ใช่หนังสือ ไม่ใช่ซีดี ไม่ใช่คำพูด หรือ การกระทำ ไม่ใช่ ชีวิต ไม่ใช่ สิ่งของ และไม่ใช่โลกใบนี้..แต่มันเป็น เพียง "ความรู้สึก.. สำหรับ คนที่คุณรัก..เท่านั้น.."

ความรัก กับ กรุ๊ปเลือด



กรุ๊ป A

คนกรุ๊ป A มีเป้าหมายแน่วแน่ในเรื่องความรัก การที่จะมอบความรักให้กับใครสักคนจะต้องใช้เวลาพอสมควรในการตัดสินใจ จะไม่รักใครทันทีที่ได้พบ คนกรุ๊ป A เป็นคนที่มีความอดทนสูงและรอบคอบอยู่แล้ว จะไม่ทำอะไรตามใจชอบโดยไม่คำนึงถึงสิ่งต่างๆ ในเรื่องของความรักก็เช่นกันค่ะ ความรักของคนกรุ๊ป A จึงไม่ใช่ความรักที่เร่าร้อน แต่จะเป็นรักที่มั่นคง หากลองได้มีความรัก และรักใครแล้ว จะให้ความจริงจัง จริงใจแบบไม่มีแอบซ่อนอย่างแน่นอน
พิชิตรักสาวกรุ๊ป A
ไม่ว่าจะคิดถึงเขาสักแค่ไหนก็เถอะ สาวกรุ๊ป A จะไม่ยอมเป็นฝ่ายติดต่อไปก่อนอย่างแน่นอน ใจจริงอยากให้เขารู้ถึงความรู้สึกของตน แต่ก็กลัวว่าจะถูกปฏิเสธหรือเพิกเฉย ดังนั้นหากฝ่ายชายเป็นฝ่ายกระตือรือร้นในการเข้าติดต่อ กับฝ่ายหญิงที่มีเลือดกรุ๊ปนี้ก่อนความสัมพันธ์ก็จะก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้นฝ่ายชายต้องพยายามหน่อยค่ะ ถึงจะพิชิตรักสาวกรุ๊ป A ได้
พิชิตรักหนุ่มกรุ๊ป A
หนุ่มกรุ๊ป A จะไม่แสดงให้สาวที่เขาแอบชอบรู้สึกตัว เพราะเขาจะมีความหยิ่งในตัวเองสูงจึงไม่ยอมพูด ยิ่งกว่านั้นยังไม่กล้าสบตาสาวที่แอบชอบเวลาพูดคุย มิหนำซ้ำยังแกล้งทำเป็นเย็นชา ไม่สนใจซะอีกแหนะ หนุ่มกรุ๊ป A ชอบผู้หญิงรูปร่างบาง ดูน่าทะนุถนอม ถ้าจะให้เลือกจะชอบสาวที่สนใจทางด้านการฟังเพลง
วาดภาพ มากกว่าสาวกระฉับกระเฉงชอบเล่นกีฬา ติดใจผู้หญิงพูดน้อย และเก็บความรู้สึกเก่ง


กรุ๊ป B

เปิดเผยจริงใจ ขอมอบให้กับคนกรุ๊ป B ไปเลยค่ะ จุดเริ่มต้นของความรักสำหรับคนกรุ๊ป B ส่วนมากเริ่มมากจากความเป็นเพื่อน และเปลี่ยนเป็นคนรักโดยไม่รู้ตัว คนกรุ๊ป B มีเอกลักษณ์โดดเด่นเป็นตัวของตัวเองที่สามารถทำให้เพศตรงข้ามประทับใจได้ แคร์ความรู้สึกของคนรอบตัวมากกว่าของคนใกล้ตัว ส่วนลักษณะนิสัยของคนกรุ๊ป B ที่รักความอิสระก็ไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม แม้กับคนที่ตนรักก็ไม่อยากถูกผูกมัด ยังรักความเป็นอิสระ รักที่เกิดอย่างรวดเร็วก็อาจลดอุณหภูมิลงอย่างรวดเร็วได้เช่นกัน จึงเป็นความรักที่ค่อนข้างเอาแต่ใจตัวเอง
พิชิตรักสาวกรุ๊ป B
สาวกรุ๊ป B ในเรื่องของความรักกล้าหาญที่สารภาพกับเขาก่อนว่า “ชอบ” เมื่อชอบใครแล้วก็จะไม่สนใจผู้คนรอบข้าง ทว่าสาวกรุ๊ป B บางคนอาจเสแสร้งให้คนที่ตัวเองชอบเห็นว่าไม่แยแส เกลียด หรือแกล้งให้เขาลำบาก พอเห็นเขาก็แกล้งทำอี๋อ๋อกับหนุ่มอื่น นอกจากนี้สาวกรุ๊ป B อาจปิ๊งหนุ่มมากกว่า 2 คนได้ โดยไม่รู้ว่าคนไหนคือคนที่ตัวเองชอบจริงๆ ผู้ชายอาจจะจัดการกับสาวกรุ๊ปนี้ยากหน่อย เสน่ห์ของสาวกรุ๊ป B ก็คือท่าทางที่แอคทีฟมีพลัง และความน่าไว้ใจ และมีความเก๋อยู่ในตัวเอง
พิชิตรักหนุ่มกรุ๊ป B
ถ้าหนุ่มกรุ๊ป B เกิดไปชอบสาวสักคนก็จะเอาแต่ใฝ่ฝันถึงสาวนั้นตลอดเวลา หนุ่มกรุ๊ป B เป็นประเภทไม่ตัดใจง่ายๆ ยิ่งยากเท่าไหร่ยิ่งชอบ หนุ่มกรุ๊ป B หลงรักสาวที่มีเสน่ห์ตรงที่ริมฝีปากได้รูปสวย ตาสวย มีลักษณะท่าทางเป็นผู้ใหญ่ รูปร่างปราดเปรียวสูงยาวยิ่งดี


กรุ๊ป AB

สาวกรุ๊ป AB ไม่ชอบให้ใครมาบังคับ และกดดัน คนกรุ๊ปเลือดนี้ไม่ชอบรักแบบรุนแรง ชอบความรักแบบที่เข้าใจกันและกันได้ดี ไม่ชอบการแสดงความรักต่อหน้าคนอื่น ความรักของคุณจะเป็นรักที่เรียบง่าย จนดูเหมือนว่าเป็นเพื่อนหรือพี่น้องกันมากกว่า แต่ถ้าคิดว่าไม่ใช่แล้วจะบอกลาแบบกระทันหัน เรียกว่าอกหักแบบไม่ทันตั้งตัวเลยค่ะ อีกข้อหนึ่งที่น่าเป็นห่วงสำหรับคนที่มีคู่รักเป็นคนกรุ๊ปเอบีคือ คำพูดที่ชอบประชดประชัน ทำให้เกิดข้อทะเลาะเบาะแว้ง อันนี้แก้ไขได้โดยการทำใจแล้วค่ะ
พิชิตรักสาวกรุ๊ป AB
ถ้าไม่เจอหนุ่มหัวดีก็ไม่มีทางสนใจหรอก จะดูหนุ่มที่วิธีการพูดและจิตใจมากกว่าท่าทาง ความรักเกิดจากความศรัทธา คือในระหว่างที่คบกันจะค่อยๆนับถือเขามากกว่าที่จะรู้สึกชอบในทันที
พิชิตรักหนุ่มกรุ๊ป AB
หนุ่มกรุ๊ป AB ต้องการหญิงสาวที่มีลักษณะเป็นตัวของตัวเอง ชอบก็บอกว่าชอบ และยิ่งชอบผู้หญิงที่มีความพยายาม มีความตั้งใจ ไม่เหลาะแหละ จิตใจจะสั่นไหวง่ายเมื่อเจอผู้หญิงที่เอาจริงเอาจัง เก่งหัวดี ไม่ชอบผู้หญิงธรรมดาๆ ที่มีอยู่ดาษดื่นทั่วไป

กรุ๊ป O

ออกจะร้อนแรงมากที่เดียวสำหรับคนเลือดกรุ๊ปนี้ ถ้ารักใครขึ้นมาแล้วหล่ะก็ทำได้ทุกอย่างเพื่อให้รักนั้นสมหวัง อย่างไรก็ตามคนเลือดกรุ๊ป O ก็ยังยึดถือความรักที่อยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงไม่เลือกคนรักแบบมั่วซั่ว ต้องดูแล้วดูอีกว่าเข้ากันได้แน่รึเปล่าถึงจะยอมตกลงปลงใจด้วย และเมื่อมีความรักแล้วก็รู้จักแบ่งแยกเรื่องรักกับเรื่องเรียน เรื่องการงานได้เป็นอย่างดี เรียกว่าเรื่อง Lucky in love ต้องควบคู่ไปกับ Lucky in game ด้วยนะคะ
พิชิตรักสาวกรุ๊ป O
ในจำนวนสาวทั้ง 4 กรุ๊ป คนที่จะตกหลุมรักแบบรักแรกพบมากที่สุดก็คือ สาวกรุ๊ป O นี่แหละ เป็นคนที่ประทับใจใครได้ง่ายๆ หรือจะจดจำภาพแรกที่เห็น เพราะฉะนั้นหัวใจจึงมักสั่นไหวเมื่อเจอคนที่รู้จักตอนไปเที่ยว หรือคนที่เจอะเจอกันระหว่างทา งแต่พอมาคิดดูอีกทีภายหลังแล้วค้นพบข้อบกพร่องของเขา ก็จะกลายเป็นไม่ชอบในทันที อารมณ์ของสาวกรุ๊ป O ออกจะแปรปรวนลุ่มหลงอีกฝ่ายได้ง่ายๆ หรือจะเรียกได้ว่าตกหลุมรักง่ายนั่นเอง
พิชิตรักหนุ่มกรุ๊ป O
หนุ่มกรุ๊ป O เป็นคนตกหลุมรักง่าย พอๆ กับสาวกรุ๊ป O นั่นแหล่ะ พอชอบใครสักคนในสมองก็มีแต่เรื่องคนๆ นั้น ไม่ทันคิดหรอกว่าอีกฝ่ายจะเป็นยังไง ไม่สนว่าผู้หญิงจะชอบตัวเองหรือไม่ ข้อดีของหนุ่มกรุ๊ป O คือ เป็นคนไม่มีพิษมีภัย ชอบเอาใจใส่ คอยบริการคนที่ตัวเองชอบอยู่เสมอ สาวไหนได้หนุ่มกรุ๊ป O เป็นคู่ต้องถือว่าโชคดีเชียวหล่ะ หนุ่มกรุ๊ป O ชอบสาวเรียบร้อยเป็นแม่บ้านแม่เรือน ทำอาหารเก่ง หากอยากเอาชนะใจหนุ่มกรุ๊ป O ต้องมีเสน่ห์ปลายจวัก



10 วิธี ดูแลความรัก... คนรัก อยู่เสมอ

 
     1. ดูแลความรัก หมั่นเติมความรักอยู่เสมอ อย่าลืมเลือกเวลาเหมาะ ๆ เพื่อใช้ในการพูดคุยกัน หมั่นแลกเปลี่ยนความคิดกันบ่อย ๆ
     2. กล้าหาญกับความรู้สึก คุณควรจะเปิดเผยความรู้สึกที่แท้จริงของคุณกับคนที่อยู่ข้างตัวบ้าง
     3. คิดก่อนพูด เพราะคำพูดที่หลุดออกมาจากปากนั้น ไม่สามารถย้อนกลับคินได้
     4. มีการให้เวลานอก เมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเริ่มอึดอัด เบื่อหน่าย หรือเกิดการขัดแย้งที่ชักจะบานปลายเป็นเรื่อง หรือเมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่พร้อมที่จะตอบคำถาม ไม่มีการกดดันกันให้เวลาเพื่อพักโดยไม่ถามเหตุผล ให้โอกาสในการพูดเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ของแต่ละคนตามความพร้อม
     5. ฟังกันบ้าง ถ้ารู้จักฟังจะทำให้ความเข้าใจตรงกัน เมื่อไม่เข้าใจกันก็จะได้ถาม ได้อธิบาย ทำให้ความสัมพันธ์แน่นแฟ้นมากขึ้น
     6. เพิ่มรักให้เหนียวแน่น เช่น เอ่ยชมกันและกันบ่อย ๆ การ เอ่ยชมคนรักบ่อย ๆ ไม่เพียงแต่จะทำให้เขารู้สึกดีเท่านั้น แต่จะมีผลในแง่ความรู้สึกของคนที่ชมด้วย
     7. หัดใจเย็นมากขึ้น เมื่ออารมณ์ขุ่นมัว ตัดสินใจอะไรผิด ๆ ได้ง่าย การทำตัวเย็นจะทำให้ฝ่ายเกรงใจ
     8. คอยตักเตือนในสิ่งที่เขาทำผิดพลาด เมื่อเห็นว่าเขาทำอะไรไม่ค่อยเข้าท่า ก็อย่าลืมคอยเตือนเขาไว้บ้าง เตือนด้วยความจริงใจ ไม่ใช่ไปตำหนิเขา
     9. เมื่อทะเลาะกันไม่มีคำว่าฉันหรือเธอ แต่ความเป็นคำว่าเราทั้งคู่ จะทำให้รู้สึกว่าทั้งสองคนยังมีค่าพอสำหรับกันและกัน อย่างน้อยก็ยังไม่แบ่งแยกแบบตัวใครตัวมัน จะทำให้ดีกรีความรุนแรงเมื่อทะเลาะกันน้อยลง
     10. ขอร้องเมื่อต้องการ...ไม่ใช่สั่ง หลายเรื่องที่บางครั้งเราไม่พอใจ และอยากให้เขาเปลี่ยนแปลงบางอย่างให้ถูกใจเรา ให้ขอร้องเราดี ๆ ด้วยเหตุผล อย่าสั่งเด็ดขาด

10 เหตุผลที่ความรักเหมือนกับขนมเค้ก

1. มองเผินๆ ก็จะเห็นแต่ความหอมหวาน น่าลิ้มลอง2. มองนานๆ ก็จะยิ่งอยากกิน
3. แต่ความอร่อยของขนมเค้กไม่ได้วัดกันที่ความสวยงามของหน้าตา
4. และความรักก็ต้องมองให้ลึกลงไป
5. ขนมเค้กจะสมบูรณ์แบบต้องมีเนื้อเค้กที่อร่อยจริง
6. เพราะถ้าเลือกกินแต่ครีมที่แต่งหน้า  ก็จะเลี่ยน
7. และถ้าเลือกมองแต่ความสวยงามภายนอกก็จะได้รู้จักแต่ความรักอย่างผิวเผิน
8. เหมือนที่ไม่ได้รู้จักความอร่อยของเนื้อเค้ก
9. กว่าจะมาเป็นขนมเค้กที่สมบูรณ์แบบได้ ต้องใส่ใจในทุกส่วนประกอบ
10. และกว่าจะเป็นความรักที่สมบูรณ์แบบได้ก็เช่นกัน

5 อาการของสาวๆ ที่เก็บไม่อยู่เวลาปิ๊งหนุ่มๆ

    
     1. ยิ้ม*-----* เวลาที่เราแอบปิ๊งหนุ่มๆ เราจะยิ้มแบบไม่มีเหตุผล เห็นหน้าอยู่ห่างๆก็จะยิ้มอยู่ตลอดเวลา แต่พอหนุ่มคนที่แอบปิ๊งมาใกล้ๆเป็นอันต้องหลบทุกที -*-
    
     2. หน้าแดง เวลาคนที่แอบปลื้มมาพูดคุยด้วย หรือเดินผ่านเราก็หน้าแดงซะดื้อๆ ซึ่งคนที่เราแอบชอบไม่รู้อิโหน่อิเหน่ด้วยเลย ฮ่าๆๆ -0-
    
     3. พูดไม่รู้เรื่อง พูดผิด พูดถูก เสียอาการกันเลยทีเดียว เมื่อคนที่แอบชอบชวนคุย ก็จะตอบแบบสั้นๆ ตัดบทไป ทั้งที่ใจจริงอยากคุยนานๆ
     
     4. แอบมอง ไม่ว่าหนุ่มคนที่เราชอบอยู่ที่ไหน ทำอะไร เมื่อสบโอกาสเป็นอันต้องแอบมอง แต่มองอยู่ห่างๆนะ ไม่อยากให้คนที่เราแอบชอบรู้ตัว
    
     5. ไม่มองหน้า ไม่สบตา สังเกตดูดีๆเวลาแอบชอบใครสาวๆจะไม่กล้ามองหน้าหรือสบตา นั่นก็เป็นเพราะว่า กลัวอาการแอบรักจะแสดงออกทางแววตาเลยต้องหลบสายตาไว้ก่อน...

     และนี่ก็คือ 5 อาการที่สาวๆเก็บยังไงก็ไม่อยู่ เวลามีความรู้สึกดีๆกับใคร ^^ แต่ไม่รู้ว่า 5 อาการนี้จะร่วมไปถึง 5 อาการของหนุ่มๆด้วยรึเปล่าน้ะ ?

วันศุกร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2555

กลสมองไบรท์ด้วย 9 เทคนิค



1. จิบน้ำบ่อยๆ สมองประกอบด้วยน้ำ 85 เปอร์เซ็นต์ เซลล์สมองก็เหมือนต้นไม้ที่ต้องการน้ำหล่อเลี้ยง ถ้าไม่มีน้ำ ต้นไม้ก็เหี่ยว ถ้าไม่อยากให้เซลล์สมองเหี่ยว ซึ่งส่งผลให้การส่งข้อมูลช้า กลายเป็นคนคิดช้าหรือคิดไม่ค่อยออก แต่ละวันจึงควรดื่มน้ำบ่อยๆ

2. กินไขมันดี คนไม่ค่อยรู้ว่าสมองคือก้อนไขมัน ซึ่งจำเป็นต้องมีไขมันดีไปทดแทนส่วนที่สึกหรอ แนะนำให้กินไขมันดีระหว่างวัน จำพวกน้ำมันปลา สารสกัดใบแปะก๊วย ปลาที่มีไขมันดีอย่างปลาแซลมอน นมถั่วเหลือง วิตามินรวม น้ำมันพริมโรสเป็นน้ำมันดีที่ทำให้เซลล์ชุ่มน้ำ ส่วนวิตามินซีกินแล้วสดชื่น

3. นั่งสมาธิวันละ 12 นาที หลังจากตื่นนอนแล้ว ให้ตั้งสติและนั่งสมาธิทุกเช้า วันละ 12 นาที เพื่อให้สมองเข้าสู่ช่วงที่มีคลื่น Theta ซึ่งเป็นคลื่นที่ผ่อนคลายสุดๆ ทำให้สมองมี Mental Imagery สามารถ
จินตนาการเห็นภาพและมีความคิดสร้างสรรค์ (ถ้าทำไม่ได้ตอนเช้า ให้หัดทำก่อนนอนทุกวัน)

4. ใส่ความตั้งใจ การตั้งใจในสิ่งใดก็ตาม เหมือนการโปรแกรมสมองว่านี่คือสิ่งที่ต้องเกิด ระหว่างวันสมองจะปรับพฤติกรรมเราให้ไปสู่เป้าหมายนั้น ทำให้ประสบความสำเร็จในสิ่งต่างๆ เพราะสมองไม่แยกระหว่างสิ่งที่ทำจริงกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทั้งสองอย่างจึงเป็นเสมือนสิ่งเดียวกัน

5. หัวเราะและยิ้มบ่อยๆ ทุกครั้งที่ยิ้มหรือหัวเราะ จะมีสารเอนเดอร์ฟิน ซึ่งเป็นสารแห่งความสุขหลั่งออกมาเท่ากับเป็นการกระตุ้นให้มีความอยากรักและหวังดีต่อคนอื่นไปเรื่อยๆ

6. เรียนรู้สิ่งใหม่ทุกวัน สิ่งใหม่ในที่นี้หมายถึงสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เช่น กินอาหารร้านใหม่ๆ  รู้จักเพื่อนใหม่ อ่านหนังสือเล่มใหม่ คุยกับเพื่อนร่วมงานและเรียนรู้วิธีการทำงานของเขา ฯลฯ เพราะการเรียนรู้สิ่งใหม่ทำให้สมองหลั่งสารเอนเดอร์ฟินและโดปามีน ซึ่งเป็นสารแห่งการเรียนรู้ กระตุ้นให้อยากเรียนรู้และสร้างสรรค์ไปเรื่อยๆ เมื่อมีความสุขก็ทำให้มีความคิดสร้างสรรค์

7. ให้อภัยตัวเองทุกวัน ขณะที่การไม่ให้อภัยตัวเอง โกรธคนอื่น โกรธตัวเอง ทำให้เปลืองพลังงานสมอง การ
ให้อภัยตัวเองเป็นการลดภาระของสมอง

8. เขียนบันทึก Graceful Journal ฝึกเขียนขอบคุณสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นแต่ละวันลงในสมุดบันทึก เช่น
ขอบคุณที่มีครอบครัวที่ดี ขอบคุณที่มีสุขภาพดี ขอบคุณที่มีอาชีพที่ทำให้มีความสุข ฯลฯ เพราะการเขียน
เรื่องดีๆ ทำให้สมองคิดเชิงบวก พร้อมกับหลั่งสารเคมีที่ดีออกมา ช่วยให้หลับฝันดี ตื่นมาทำสมาธิได้ง่าย มีความคิดสร้างสรรค์

9. ฝึกหายใจลึกๆ สมองใช้ออกซิเจน 20-25 เปอร์เซ็นต์ของออกซิเจนที่เข้าสู่ร่างกาย การฝึกหายใจเข้าลึกๆ จึงเป็นการส่งพลังงานที่ดีไปยังสมอง ควรนั่งหลังตรงเพื่อให้ออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายได้มากขึ้น ถ้านั่งทำงานนานๆ อาจหาเวลายืนหรือเดินยืดเส้นยืดสายเพื่อให้ปอดขยายใหญ่ สามารถหายใจเอาออกซิเจนเข้าปอดได้เพิ่มขึ้นอีก 20 เปอร์เซ็นต์

     การมีสมองที่ดีก็เหมือนกับทักษะทุกอย่างในโลกที่เรียนรู้ได้ แต่จะเก่งหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการฝึกฝน ถ้าเราดูแลและฝึกฝนสมองให้ดี คุณภาพชีวิตก็จะดีตาม

วิธีแก้ไขปัญหา "หน้ามันเยิ้ม"



     เป็นภาวะที่พบได้บ่อยในช่วงวัยรุ่น เนื่องจากมีอิทธิพลของฮอร์โมนเพศ ที่เพิ่มขึ้นไปกระตุ้นต่อมไขมันให้ทำงานมากขึ้น แต่บางคนคิดว่าตัวเองพ้นวัยรุ่นมานานแล้ว ทำไมยังหน้ามันไม่หายสักที นั่นเป็นเพราะยังมีปัจจัยอีกหลายอย่าง ที่ส่งผลต่อความมันบนใบหน้า ความเครียด, การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่น ในหญิงมีครรภ์, ความร้อน และการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ไม่เหมาะสม

ส่วนความเชื่อที่ว่าการรับประทานของมันๆ     เช่น ขาหมู, ไอสกรีม, กะทิ แล้วจะทำให้หน้ามันนั้นเป็นการเข้าใจผิดค่ะ เพราะเป็นไขมันคนละชนิด กับที่หลั่งออกมาสู่ผิวหนัง

ปัญหาที่พบคู่กันกับคนหน้ามันคือ
     รูขุมขนกว้าง ซึ่งจะสัมพันธ์กับปริมาณไขมันที่ผลิตจากต่อมไขมัน และหลั่งออกสู่ผิวหนังที่มากขึ้น เพราะถ้าไขมันเหล่านี้ไม่สามารถระบายออกไปได้ ก็จะเกิดการอุดตันเกิดเป็นสิวตามมาให้กลุ้มใจอีกเรื่อง

การดูแลรักษาผิวหน้า สำหรับคนหน้ามัน     1. ควรล้างหน้าให้สะอาดวันละ 2-3 ครั้งก็พอ เพราะการล้างหน้าบ่อยเกินไป กลับจะเป็นโทษคือทำให้ผิวหน้าอักเสบระคายเคืองได้ ในระหว่างวันถ้ารู้สึกรำคาญหน้ามันก็อาจใช้กระดาษซับมันช่วยได้ สบู่หรือโฟมที่เลือกใช้ควรผลิตสำหรับผิวมันโดยเฉพาะ หรืออาจใช้เป็นสบู่เด็กก็พอ ไม่ควรใช้สบู่ที่ฟอกแล้วหน้าตึงมาก
     2. ครีมบำรุงหรือครีมให้ความชุ่มชื้น ควรเลือกชนิดปราศจากน้ำมัน (Oil-free) และไม่อุดตันรูขุมขน (Non-Comidogenic) และควรมีสารป้องกันแสง UV ที่จะมาทำลายผิวด้วย
     3. การแต่งหน้า ถ้าเป็นไปได้แป้งที่เหมาะสม สำหรับคนหน้ามันก็คือแป้งฝุ่น แต่ถ้าจำเป็นต้องแต่งหน้าก็อาจใช้แป้งฝุ่นก่อนจึงค่อยแต่งหน้า การเลือกใช้รองพื้นควรใช้ชนิดที่มีส่วนผสมเป็นน้ำ (Water Based) และปราศจากน้ำมัน (Oil-free)
     ถ้าปฏิบัติด้วยวิธีดังกล่าวแล้วยังมีหน้ามันมาก มีรูขุมขนกว้างหรือมีสิวขึ้นจนขาดความมั่นใจ ก็ควรไปปรึกษาแพทย์ผิวหนัง เพราะคุณหมอจะมียาทาบางชนิดที่ช่วยลดการทำงานของต่อมไขมัน ช่วยขจัดเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว ที่อุดตันตามรูขุมขนออกไป เช่น ยาในกลุ่มกรดวิตามินเอ, AHA, BHA ฯลฯ ทำให้ผิวหน้าดูดีขึ้น
     ส่วนยารับประทานที่ควบคุมความมันบนใบหน้า เป็นยาอันตราย ซื้อทานเองหรือเอาไปแบ่งเพื่อนทานก็ไม่ได้ ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดเท่านั้น

4 อาหารเลวที่ดีต่อร่างกายของคุณ

 
ชีส     แน่นอน ชีสอุดมด้วยไขมันและแคลอรี แต่ในขณะเดียวกันมันยังเป็นแหล่งสำคัญของ แคลเซียม รวมทั้งกรดไลโนเลอิกโมเลกุลคู่ ซึ่งเป็นไขมันประเภทดี ทำให้คุณลดความ เสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง โรคหัวใจ เบาหวาน กรดชนิดนี้ยังช่วยในการลดน้ำหนัก ด้วยการไปสกัดกั้นการกักเก็บไขมันในร่างกาย
เลือกชีสชนิด Strong-flavored เช่น เฟต้าชีส บลูชีส และชีสพาร์เมซานสด (ไม่ขูด) ซึ่งคุณจะใช้ในปริมาณน้อยหากนำไปปรุงอาหาร
เลี่ยงชีสประเภทไขมันต่ำ เพราะชีสพวกนี้มีไขมันเพียง 6 กรัมต่อออนซ์ เมื่อนำไป ปรุงอาหาร แล้วจะไม่ได้รสชาติ เราจึงโน้มเอียงที่จะอนุญาตให้ตัวเองกินมันมากขึ้น เช่น เดียวกับชีสไม่มีไขมัน ซึ่งส่วนใหญ่ไม่มีรส

ช็อกโกแลต     ลืมไปเลยที่ว่าช็อกโกแลตเป็นสาเหตุของสิว และไมเกรน ที่จริงมันมีส่วนผสม บางอย่างที่ต่อต้านการเกิดมะเร็ง และโรคหัวใจเช่นเดียวกับในผักและผลไม้ เว้นแต่ ว่ามีไขมันสูงกว่าเท่านั้น แต่ถ้าหากคุณมองหาช็อกโกแลตในตอนที่หดหู่นั่นก็ถูก ต้อง เพราะมันจะเพิ่มสารชีโรโตนินในสมอง ทำให้อารมณ์ดีขึ้น
เลือกดาร์กช็อกโกแลต ช็อกโกแลตยิ่งเยอะก็หมายความว่าใส่โกโก้บัตเตอร์ซึ่งอุดม ด้วยไขมันน้อยลง
เลี่ยงช็อกโกแลตที่ผสมคาราเมล มาร์ชแมลโลว และไขมันที่ทำให้อ้วนอื่น ๆ

เนื้อวัว     พักการทานไก่ย่างชั่วคราวแล้วหันมากินสเต็กสักชิ้นเนื้อวัวเป็นแหล่งดีเลิศของ โปรตีน และสารอาหารที่ผู้หญิงมักได้รับจากอย่างอื่นไม่เพียงพอ เช่น เหล็ก สังกะสี และวิตามินบี 12
     เลือกเนื้อท่อนโคนขา หรือเนื้อสะโพก ซึ่งเป็นส่วนของเนื้อที่มีเนื้อมากกว่ามัน เพราะจะมีไขมันอิ่มตัวเพียง 4.5 กรัมหรือน้อยกว่า ต่อเนื้อน้ำหนัก 3 ออนซ์ ปรุง แบบหมุนย่าง ซึ่งจะทำให้เราเหลือเนื้อที่ในจานสำหรับใส่ผักได้มากขึ้น
เลี่ยงเนื้อซี่โครงและทีโบนชั้นเลิศ เพราะมีไขมันและแคลอรีมากเป็นเท่าตัวของ ส่วนอื่น ๆ

กาแฟไม่จำเป็นต้องงดดื่มกาแฟ การวิจัยเร็ว ๆ นี้ปฏิเสธว่า กาแฟไม่เกี่ยวข้องกับการ เกิดโรคหัวใจ เนื้อเยื่อในหน้าอกผิดปกติ หรือความดันโลหิตสูง หากแต่คาเฟอีนช่วย บรรเทาอาการแพ้ ทำให้คุณกระฉับกระเฉงและสมาธิดีขึ้น

เลือกกำหนดตัวเองให้ดื่มกาแฟไม่เกิน 2 - 3 แก้วต่อวัน และอย่าใส่ครีมกับน้ำตาล ให้มากนัก
เลี่ยงกาแฟแก้วใหญ่พิเศษ ที่อุดมไปด้วยครีม น้ำตาล น้ำแร่ และวิปครีม ซึ่งให้ แคลอรีมากถึง 300 แคลอรี
ถ้าทำได้ตามนี้ ก็รับประกันว่าจะได้ความอร่อยที่ไม่เป็นโทษแน่ ๆ







วันพฤหัสบดีที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2555

การเดินทางของความรัก

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเกาะแห่งหนึ่งซึ่งรวบรวมความรู้สึกทั้งหมดอาศัยอยู่ด้วยกัน
ทั้งความสุข ความเศร้า ความรู้และอื่นๆ รวมทั้งความรัก


วันหนึ่งมีประกาศไปยังความรู้สึกทั้งหมดว่า เกาะกำลังจะจม
ดังนั้นทั้งหมดจึงเตรียมเรือเพื่อที่จะหนีออกจากเกาะ
ความรักเท่านั้นที่ตัดสินใจอยู่บนเกาะ
ความรักต้องการที่จะอยู่จนกระทั่งวินาทีสุดท้าย


เมื่อเกาะเกือบจะจมแล้วความรักจึงตัดสินใจขอความช่วยเหลือ
ความรวยแล่นเรือผ่าน ความรวยตอบว่า...
“ไม่ได้หรอกฉันรับเธอไม่ได้ เพราะเรือฉันน่ะ เต็มไปด้วยทองและเงินแล้วมันไม่มีที่ให้คุณ”


ความรักจึงตัดสินใจจะถามความเห็นแก่ตัวซึ่งผ่านมาเหมือนกันด้วยเรือลำงาม
“ความเห็นแก่ตัวช่วยฉันด้วย”
“ฉันช่วยคุณไม่ได้หรอก ความรักคุณน่ะเปียก อาจจะทำให้เรือฉันเปียกด้วย”


ความเศร้าได้พายเรือผ่านมา
ความรักก็ได้เอ่ยขอความช่วยเหลืออีก
ความเศร้าตอบว่า
“โอ้ความรักฉันกำลังเศร้ามากเลย ฉันต้องการอยู่คนเดียว ขอโทษนะ”
ความสุขได้ผ่านความรักไปเหมือนกัน
แต่เขาไม่ได้ยินแม้เสียงร้องเรียกขอความช่วยเหลือของความรัก เพราะมัวแต่กำลังสุข
ทันใดนั้นมีเสียงหนึ่งดังขึ้นมา “มานี่ความรักฉันจะรับคุณไปเอง”
เสียงนั้นเป็นของคนแก่คนหนึ่ง
ความรักรู้สึกขอบคุณและดีใจเป็นอย่างมากจนลืมถามชื่อว่าใครเป็นผู้ใจดีคนนั้น
เมื่อพวกเขามาถึงแผ่นดินที่แห้ง คนแก่ก็จากไปตามทางของเขา
ความรักนึกขึ้นมาได้ว่าลืมถามชื่อคนแก่คนนั้นความรักจึงถามความรู้และคนแก่คนอื่นๆ
“ใครเหรอที่เป็นคนช่วยฉัน” ความรู้ตอบว่า “เวลา”
ความรัก “แต่ทำไมเวลาจึงช่วยฉันล่ะ ?”
ความรู้ยิ้มในความรอบรู้ของตัวเอง แล้วตอบความรักว่า
“ก็เพราะว่ามีเพียงเวลาเท่านั้นที่เข้าใจว่าความรักยิ่งใหญ่แค่ไหนน่ะสิ”

ความรักกับพลังในการก้าว

"ผู้ชายยอมทิ้งผู้หญิงที่รัก ทิ้งหัวใจ .. เพื่อสร้างโลก
แต่ผู้หญิงจะยอมทิ้งโลก .. เพื่อชายที่ตนรัก"
คุณคิดอย่างไรกับคำกล่าวนี้ ?

     มีคู่รักหลายคู่ที่คบกันมานานๆ รักกันมานานก็เห็นรักกันมาได้ .. แต่เมื่อถึงเวลาที่ชีวิตต้องมีการเปลี่ยนแปลง เป็นต้องเลิกกัน
    ผู้ชายบางคนสอบได้ทุนไปเรียนต่อเมืองนอก หรือต้องไปอยู่ที่อื่นเพราะหน้าที่การงาน ก็มักจะเคลียร์ตัวเองโดยการทิ้งแฟน ทำทุกอย่างให้ว่างเปล่า เหตุผลที่พูดบ่อยที่สุดคือ
    "ไม่อยากมีห่วง ไม่อยากกังวล ไม่อยากมานั่งคิดถึงใคร อยากทำหน้าที่ให้สมบูรณ์ที่สุด แล้วค่อยกลับมาคิดใหม่"
    ในขณะที่ผู้หญิงบางคน ยอมสละตำแหน่งหน้าที่การงานดีๆ เงินเยอะๆ เพราะอยากอยู่ใกล้ๆ แฟน ทิ้งเพื่อนฝูงเพื่อไปดูแลคนรัก
    มีชายหนุมคนหนึ่งกล่าวว่า ..
    "เวลาที่เขารักใครสักคน ไม่ว่าจะนั่ง ยืน เดิน จะทำอะไร เหมือนในมือของเขาถือหัวใจอยู่สองดวง ข้างหนึ่งเป็นของตัวเอง อีกข้างหนึ่งเป็นของคนรัก มือทั้งสองข้างหนักอึ้ง ไม่ว่างพอที่จะทำให้ก้าวเดินเร็วๆ ได้ กลัวสะดุด หกล้ม ห่วงหน้าพะวงหลัง ไม่กล้าคิด ไม่กล้าตัดสินใจอะไร เพราะถ้าล้มลงไป ไม่ใช่แค่หัวใจตัวเอง แต่หมายถึงหัวใจของคนที่เขารักด้วย ทำอะไรเลยต้องระวังไปหมด"
    คุณผู้ชายเลยวางหัวใจอีกดวงไว้กลางทาง ถ้าว่างจะย้อนกลับมาเก็บ (ส่วนมากวางแล้วก็ลืม) .. โดยให้เหตุผลว่าอย่างน้อยก็คงไม่เจ็บเท่ากับการที่เขาทำหล่นเอง พอไม่มีอะไรให้ห่วง ทำอะไรก็ราบรื่น
    ที่จริงเป็นเพราะคนเรามักเคยชินกับความรัก และกลัวที่จะสูญเสียมันไป .. เวลาที่หัวใจอ่อนแอจึงไม่มีแรงคิด ไม่มีแรงทำอะไร พลังในการก้าวเดินก็ลดน้อยลง หลายคนจึงคิดว่า ความรักเป็นตัวถ่วงชีวิตให้ก้าวช้า เสียเวลา สู้เดินออกมาเองเสียจะเจ็บน้อยกว่า
ให้มองอีกด้านว่า ความรักไม่ใช่ความเคยชินที่ต้องได้ แต่ความรักเป็นของขวัญที่วิเศษ เพราะเวลาที่ได้รับของขวัญจากใคร จะรู้สึกตื่นเต้น หัวใจเราจะเต้นแรง ..
เมื่อรู้สึกรักใคร หัวใจเราก็จะเต้นแรง พอหัวใจเต้นแรง ระบบไหลเวียนเลือดก็สูบฉีด สมองก็ปลอดโปร่ง ..
แล้วแบบนี้จะไม่มีแรงก้าวไปข้างหน้าเลยเชียวหรือ !?!
 
หมุนความรักของคุณให้เป็นวงกลม แล้วมองไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อที่จะมองเห็นพร้อมกันทุกมุม

การฝึกผ่อนคลายความเครียด

1. การฝึกเกร็งและคลายกล้ามเนื้อ
    กล้ามเนื้อที่ควรฝึกมี 10 กลุ่มด้วยกัน คือ
1. แขนขวา
2. แขนซ้าย
3. หน้าผาก
4. ตา แก้มและจมูก
5. ขากรรไกร ริมฝีปากและลิ้น
6. คอ
7. อก หลัง และไหล่
8. หน้าท้อง และก้น
9. ขาขวา
10. ขาซ้าย

วิธีการฝึกมีดังนี้
- นั่งในท่าสบาย
- เกร็งกล้ามเนื้อไปทีละกลุ่ม ค้างไว้สัก 10 วินาที แล้วคลายออก จากนั้นก็เกร็งใหม่สลับกันไปประมาณ 10 ครั้ง ค่อยๆ ทำไปจนครบทั้ง 10 กลุ่ม
- เริ่มจากการกำมือ และเกร็งแขนทั้งซ้ายขวาแล้วปล่อย
- บริเวณหน้าผาก ใช้วิธีเลิกคิ้วให้สูง หรือขมวดคิ้วจนชิดแล้วคลาย
- ตา แก้ม และจมูก ใช้วิธีหลับตาปี๋ ย่นจมูกแล้วคลาย
- ขากรรไกร ริมฝีปากและลิ้น ใช้วิธีกัดฟัน เม้มปากแน่นและใช้ลิ้นดันเพดานโดยหุบปากไว้แล้วคลาย
- คอ โดยการก้มหน้าให้คางจรดคอ เงยหน้าให้มากที่สุดแล้วกลับสู่ท่าปกติ
- อก หลัง และไหล่ โดยหายใจเข้าลึกๆ แล้วเกร็งไว้ ยกไหล่ให้สูงที่สุดแล้วคลาย
- หน้าท้องและก้น ใช้วิธีแขม่วท้อง ขมิบกันแล้วคลาย
- งอนิ้วเท้าเข้าหากัน กระดกปลายเท้าขึ้นสูง เกร็งขาซ้ายและขวาแล้วปล่อย

การฝึกเช่นนี้จะทำให้รับรู้ถึงความเครียดจากการเกร็งกล้ามเนื้อกลุ่มต่างๆ และรู้สึกสบายเมื่อคลายกล้ามเนื้อออกแล้ว
ดังนั้น ครั้งต่อไปเมื่อเครียดและกล้ามเนื้อเกร็งจะได้รู้ตัว และรีบผ่อนคลายโดยเร็ว ก็จะช่วยได้มาก

2. การฝึกการหายใจ     ฝึกการหายใจโดยใช้กล้ามเนื้อกระบังลมบริเวณหน้าท้องแทนการหายใจโดยใช้กล้ามเนื้อหน้าอก   เมื่อหายใจเข้า หน้าท้องจะพองออก และเมื่อหายใจออก หน้าท้องจะยุบลง ซึ่งจะรู้ได้โดยเอามือวางไว้ที่หน้าท้องแล้วคอยสังเกตเวลาหายใจเข้าและหายใจออก
                          หายใจเข้าลึกๆ และช้าๆ กลั้นไว้ชั่วครู่แล้วจึงหายใจออก
ลองฝึกเป็นประจำทุกวัน จนสามารถทำได้โดยอัตโนมัติ
    การหายใจแบบนี้จะช่วยให้ร่างกายได้รับออกซิเจนมากขึ้น ทำให้สมองแจ่มใส ร่างกายกระปรี้กระเปร่า ไม่ง่วงเหงาหาวนอน พร้อมเสมอสำหรับภารกิจต่างๆ ในแต่ละวัน

3. การทำสมาธิเบื้องต้น     เลือกสถานที่ที่เงียบสงบ ไม่มีใครรบกวน เช่น ห้องพระ ห้องนอน ห้องทำงานที่ไม่มีคนพลุกพล่าน หรือมุมสงบในบ้าน
นั่งขัดสมาธิ เท้าขวาทับเท้าซ้าย มือชนกันหรือมือขวาทับมือซ้ายตั้งตัวตรง หรือจะนั่งพับเพียบก็ได้ตามแต่จะถนัด
กำหนดลมหายใจเข้าออก โดยสังเกตลมที่มากระทบปลายจมูก หรือริมฝีปากบน ให้รู้ว่าขณะนั้นหายใจเข้าหรือออก
                                                  หายใจเข้าท้องพอง หายใจออกท้องยุบ
หายใจเข้านับ 1 หายใจออกนับ 1
นับไปเรื่อยๆ จนถึง 5
เริ่มนับใหม่จาก 1-6 แล้วพอ
กลับมานับใหม่จาก 1-7 แล้วพอ
กลับมานับใหม่จาก 1-8 แล้วพอ
กลับมานับใหม่จาก 1-9 แล้วพอ
กลับมานับใหม่จาก 1-10 แล้วพอ
ย้อนกลับมาเริ่ม 1-5 ใหม่ วนไปเรื่อยๆ

4. การใช้เทคนิคความเงียบ       การจะสยบความวุ่นวายของจิตใจที่ได้ผล คงต้องอาศัยความเงียบเข้าช่วย โดยมีวิธีการดังนี้
- เลือกสถานที่ที่สงบเงียบ มีความเป็นส่วนตัว และควรบอกผู้ใกล้ชิดว่าอย่าเพิ่งรบกวนสัก 15 นาที
- เลือกเวลาที่เหมาะสม เช่น หลังตื่นนอน เวลาพักกลางวัน ก่อนเข้านอน ฯลฯ
-นั่งหรือนอนในท่าที่สบาย ถ้านั่งควรเลือกเก้าอี้ที่มีพนักพิงศีรษะอย่าไขว่ห้างหรือกอดอก
- หลับตา เพื่อตัดสิ่งรบกวนจากภายนอก
- หายใจเข้าออกช้าๆ ลึกๆ
- ทำใจให้เป็นสมาธิ โดยท่องคาถาบทสั้นๆ ซ้ำไปซ้ำมา เช่น พุทโธ พุทโธ หรือจะสวดมนต์บทยาวๆ ต่อเนื่องกันไปเรื่อยๆ เช่น สวดพระคาถาชินบัญชร 3-5 จบ เป็นต้น
    ฝึกครั้งละ 10-15 นาที ทุกวัน วันละ 2 ครั้ง แรกๆ ให้เอานาฬิกามาวางตรงหน้า และลืมตาดูเวลาเป็นระยะๆ เมื่อฝึกบ่อยเข้าจะกะเวลาได้อย่างแม่นยำ ไม่ควรใช้นาฬิกาปลุก เพราะเสียงจากนาฬิกาจะทำให้ตกใจเสียสมาธิ และรู้สึกหงุดหงิดแทนที่จะสงบ

การหัวเราะ

การหัวเราะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายใน 7 ระบบได้แก่
 
 
ระบบทำงานของสมอง การหัวเราะ ช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์ประสาทสมองส่วนพรีฟรอนทอลคอร์เทกซ์ (prefrontal cortex) บริเวณสมองส่วนหน้า (ซึ่งสมองบริเวณนี้ทำหน้าที่เกี่ยวกับการควบคุมความคิดที่เกี่ยวข้องกับปฏิกิริยาของอารมณ์เชิงบวกและลบ) ที่ทำให้เกิดการหลั่งของสารชีวเคมีตัวหนึ่งที่ชื่อว่า endorphin ซึ่งเป็นสารชีวเคมีของสมองที่มีฤทธิ์ "เพชฆาตความเจ็บปวด" หรือสารที่มีฤทธิ์ทำให้เกิดความสุข นั้นก็คือในด้านที่ส่งผลทำให้อารมณ์ดี มีอารมณ์ขัน สมองก็จะมีการถูกกระตุ้นให้มีเพิ่มพื้นที่การประมวลผลความคิดในเชิงบวกและสร้างสรรค์ มีผลทำให้ร่างกายและจิตใจได้รับการบำบัดและฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว

ระบบหายใจ (Breathing) ในระหว่างที่หัวเราะร่างกายมีการหายใจเข้า กลั้นหายใจ และหัวเราะ (หายใจออกยาวๆ) ทำให้ร่างกายเกิดการเปลี่ยนถ่ายออกซิเจน ฟอกเลือดดำให้เป็นเลือดแดง จึงทำให้เซลล์ประสาทหัวใจ ปอด คอ แข็งแรงขึ้น นอกจากนี้การหัวเราะยังช่วยบริหารร่างกายให้เกิดความร้อนและการเผาผลาญพลังงานสูง ช่วยฆ่าเชื้อโรคและป้องกันโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ ทั้งไข้หวัด ภูมิแพ้ หอบหืด ไซนัส กรน ความดันโลหิต โรคหัวใจ โรคปอด

ระบบย่อยอาหารและการขับถ่าย (Digestion and Gastrointestinal) การหัวเราะบำบัดช่วยให้อวัยวะส่วนท้อง อาทิ ลำไส้ใหญ่ เล็ก ตับ ไต ไส้ กระเพาะ มีการเคลื่อนไหว เกิดการบริหารกระเพาะและลำไส้ ทำให้ระบบย่อยอาหารและการขับถ่ายทำงานดีขึ้น ป้องกันโรคอ้วน โรคบูลิเมีย (Bulimia : โรคที่กินอาหารเข้าไปแล้วรู้สึกผิด จนบางครั้งต้องกินยาถ่าย หรืออาเจียนออก) หน้าท้องหย่อน ท้องป่อง โรคเบื่ออาหาร กินไม่ลง ท้องผูก ท้องเสีย โรคกระเพาะ โรคลำไส้ เป็นต้น

ระบบไหลเวียนโลหิต (Circulation and Cardio-vascular system) การหัวเราะบำบัดเป็นการออกกำลังทุกส่วนของร่างกายทำให้อวัยวะต่างๆ ได้เคลื่อนไหวเป็นจังหวะเร็วบ้าง ช้าบ้าง หัวใจสามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ มากขึ้น หัวใจทำงานเป็นระบบขึ้น ป้องกันอาการเวียนศีรษะ ปวดศีรษะ อ่อนเปลี้ยเพลียแรง เหนื่อยง่าย เหนื่อยเร็ว เจ็บแน่นหน้าอก โรคขาดเลือด เส้นเลือดหัวใจตีบตัน โรคหัวใจ ตลอดจนอาการใจสั่น เสียงสั่น ตัวสั่น ตื่นตระหนกและประหม่าง่าย

ระบบพักผ่อนและผิวพรรณ (Rest and Skin system) การหัวเราะบำบัดช่วยผ่อนคลายความเครียด ทำให้เส้นประสาท กล้ามเนื้อบริเวณใบหน้า ยืดหยุ่น ไม่ตึงหรือเกร็ง ทำให้ร่างกายเกิดการพักผ่อน นอนหลับสนิท ผิวพรรณดี ไม่เหี่ยวย่น และไม่เป็นโรคทางผิวหนัง ช่วยให้ร่างกายและจิตใจเกิดความสงบ มีสมาธิมากขึ้น

ระบบเจริญพันธุ์ (Reproduction) การหัวเราะบำบัดทำให้ร่างกายทุกส่วนขยับขับเคลื่อน ส่งผลต่อการทำงานของสมองส่วนนอก ส่วนกลาง และส่วนใน ให้ทำงานดีขึ้น เป็นระบบขึ้น ทำให้สมองคิดแง่ดี มองโลกแง่บวก อารมณ์ดี พัฒนาอารมณ์รัก และการมีเพศสัมพันธ์ และช่วยป้องกันอาการไร้อารมณ์ หงอยเหงา โดดเดี่ยว ไม่อยากเข้าสังคม การเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ และการเข้าสังคม

สัญชาติญาณการอยู่รอด (Survival instinct) การหัวเราะบำบัดทำให้ร่างกายเคลื่อนไหวคล่องแคล่ว แข็งแรง ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกัน กระตุ้นการทำงานของเซลล์ประสาท กระดูก กล้ามเนื้อ ร่างกายทำงานเป็นระบบ มีประสิทธิภาพ ป้องกันโรคไขข้อ โรคกระดูกต่างๆ ทั้งกระดูกพรุน ปวดหลัง ปวดเอว อ่อนเปลี้ยเพลียแรง โรคซึมเศร้า นอกจากนี้ยังช่วยทำลายสารอนุมูลอิสระที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งอีกด้วย




อาหารชะลอวัยให้ดวงตา

สารเบต้าแคโรทีน ลูทีน และซีแซนทีน
ช่วยปกป้องดวงตาและบำรุงสายตาให้มองเห็นได้อย่างชัดเจน
 
     เป็นที่รู้กันมานานแล้วว่าแครอทมีประโยชน์ต่อดวงตา เพราะมีสารเบต้าแคโรทีนจากสีส้ม (หรือที่เรียกว่าโปรวิตามินเอ) นอกจากนี้ก็ยังมีสารอื่นๆ อีกที่มีประโยชน์ต่อดวงตา ซึ่งช่วยให้การมองเห็นชัดเจน เช่น วิตามินซี อีไนอาซิน รวมทั้งแร่ธาตุจำเป็น เช่น สังกะสีและทองแดง ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการชาวเยอรมัน ดร.เอียร์มทรุด วากเนอร์ กล่าวว่า "ผักและผลไม้หลากสีสันมีวิตามินและเกลือแร่หลากชนิดที่มีประโยชน์ต่อดวงตา โดยเฉพาะสารแคโรทีนนอยด์ ลูทีน (Lutein) และซีแซนทีน (Zeaxanthin) ซึ่งมีมากในกะหล่ำเขียว ผักโขม ฟักทอง มะม่วง และข้าวโพด
     ประโยชน์ของสารลูทีนกับดวงตา สารลูทีนเป็นญาติกับเบต้าแคโรทีน พบมากใน Macula Lutea ของจอประสาทตาซึ่งเป็นจุดที่มองเห็นได้ชัดที่สุดที่เยื่อภายในลูกตาสำหรับรับภาพ ซึ่งสารลูทีนจะทำหน้าที่กรองแสงสีฟ้าที่เป็นอันตรายต่อดวงตา รวมถึงดวงตาเด็กที่ยังบอบบาง ดักจับอนุมูลอิสระ บำรุงสายตา และป้องกันโรคที่เกิดกับตา
     พืชผักที่มีสารลูทีน* ผักกาดขาว ประมาณ 14.7-39.6 มิลลิกรัม มีสารลูทีน 100 กรัม* กระหล่ำเขียว ประมาณ 21 มิลลิกรัม มีสารลูทีน 100 กรัม* ผักโขม ประมาณ 4.4-15.9 มิลลิกรัม มีสารลูทีน 100 กรัม* บร็อกโคลี่ ประมาณ 1.8-2.4 มิลลิกรัม มีสารลูทีน 100 กรัม* ต้นหอม 1.9 มิลลิกรัม มีสารลูทีน 100 กรัม* ฟักทอง ประมาณ 2 มิลลิกรัม มีสารลูทีน 100 กรัม* พริกหวาน ประมาณ 0.7-2 มิลลิกรัม มีสารลูทีน 100 กรัม
 

วันอาทิตย์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2555

การดูแลสุขภาพ ตามกรุ๊ปเลือด




 

การดูแลสุขภาพ ตามกรุ๊ปเลือด A
กินอย่างไร ?คนที่มีกรุ๊ปเลือด A ควรงดนมสดรวมทั้งผลิตภัณฑ์จากนม เช่น เนยและชีส เพราะจะทำให้รู้สึก แน่นท้อง เกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ หันมารับประทานผักใบเขียวและใบเหลืองอย่างฟักทอง แครอท ผักขม บร็อคโคลี่ และพืชตระกูลถั่ว โดยเฉพาะถั่วเหลืองซึ่งเป็นแหล่งอาหารที่มีโปรตีนสูงและ ช่วยป้องกันโรคมะเร็งด้วย

ไม่ควรบริโภคเนื้อสัตว์มากเกินไปเพราะผู้ที่มีหมู่เลือดนี้ จะไม่ค่อยมีเอนไซม์และกรดในกระเพาะอาหารที่จำเป็นต่อการย่อยโปรตีนจากเนื้อสัตว์

ดื่มชาเขียวเป็นประจำจะช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันได้ ควรจำกัดน้ำตาล คาเฟอีน และแอลกอฮอล์ เพราะสิ่งเหล่านี้จะไปเพิ่มความเครียด และทำให้กระบวนการเผาผลาญพลังงานในร่างกายทำงานช้าลง

อาหารเช้าควรอุดมด้วยโปรตีน สำหรับคนกรุ๊ปเลือด A อาหารเช้าถือเป็นมื้อสำคัญที่สุด และไม่ควรอดอาหารเพราะจะก่อให้เกิดความเครียดได้ ออกกำลังกาย

คนกรุ๊ปเลือด A จะมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อความเครียดสูงมาก เนื่องจากร่างกายผลิตฮอร์โมนคอร์ติซอลออกมาในปริมาณสูง แต่ฮอร์โมนดังกล่าวสามารถลดลงถ้าได้ทำกิจกรรมที่ร่างกายต้องจดจ่ออยู่กับสิ่งๆหนึ่ง อย่างโยคะ ไทชิ หรือฝึกสมาธิกำหนดลมหายใจ
สิ่งที่ควรทำ

1.ฝึกฝนการใช้ความคิดสร้างสรรค์และรู้จักแสดงความรู้สึกออกมาบ้าง
2.วางแผนการที่จะทำในแต่ละวัน
3.หาเวลาพักระหว่างวันทำงานอย่างน้อย 2 ช่วงๆ ละ 20 นาที ใช้เวลานั่งคิดไตร่ตรองสิ่งต่างๆ
4.รับประทานอาหารให้ครบทุกมื้อ
5.บริโภคโปรตีนเพิ่มมากขึ้นในมื้อเช้าและลดปริมาณลงในมื้อเย็น
6.ไม่ควรกินเมื่อรู้สึกหงุดหงิด
7.เปลี่ยนมารับประทานอาหารมื้อเล็กๆ 6 มื้อ ต่อวัน แทน 3 มื้ออย่างเคย เพราะจำนวนครั้งที่ถี่มาก ขึ้นช่วยให้ระบบการเผาผลาญทำงานดีขึ้น
8.หาเวลาครึ่งชั่วโมงฝึกจิตใจให้สงบสัก 3 ครั้งต่อสัปดาห์
9.หมั่นตรวจร่างกายเป็นประจำเพื่อป้องกันโรคมะเร็งและหัวใจ
10.เคี้ยวอาหารให้ละเอียดเพื่อช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น

จัดการกับอารมณ์ 1. ระบายความรู้สึกออกมาถ้าต้องการอย่าเก็บกดเอาไว้
2. ก่อนจะเริ่มกิจกรรมหรืองานอื่นต้องจัดการสิ่งที่ยังคั่งค้างอยู่ให้เสร็จ
3. เด็ดเดี่ยว กล้าตัดสินใจการผัดวันประกันพรุ่งจะทำให้เกิดความเครียดได้
4. ใน 1 เดือน หาเวลา 1 วัน อยู่เงียบๆ เพียงลำพัง
5. หากออกกำลังกาย อย่าหักโหมต้องหยุดพักก่อนถึงขีดจำกัดของร่างกาย


การดูแลสุขภาพ ตามกรุ๊ปเลือด B
กินอย่างไร ?ผู้ที่มีกรุ๊ปเลือด B ควรบริโภคเนื้อสัตว์ที่ปลอดสารปรุงแต่งเจือปนและไม่ติดมัน หลายๆ ครั้งใน 1 สัปดาห์เพราะคนหมู่เลือดนี้สามารถเผาผลาญโปรตีนจากเนื้อสัตว์ได้ดี

ไม่ควรบริโภคอาหาร ประเภทคาร์โบไฮเดรตมากเกินไป และหลีกเลี่ยงเนื้อไก่ แต่นมและผลิตภัณฑ์จากนมกลับเหมาะสำหรับคนกรุ๊ปเลือด B เป็นอย่างมาก ออกกำลังกาย ผู้มีกรุ๊ปเลือด B ควรออกกำลังกายประเภทท้าทายร่างกายและจิตใจ

กิจกรรมที่เหมาะต้องเป็นประเภทที่ใช้สมาธิควบคู่กับการออกแรงมาก เช่น เทนนิส ศิลปะการต่อสู้ ปั่นจักรยาน เดินทางไกล และกอล์ฟ

สิ่งที่ควรทำ ?1. สำหรับคนที่มีกรุ๊ปเลือดนี้จิตนาการเป็นเครื่องมืออันทรงพลังที่จะพาไป สู่ความสำเร็จได้ในยามว่างควรฝึกใช้จินตนาการเพื่อช่วยให้ผ่อนคลาย
2. สังสรรค์สมาคมกับเพื่อนๆ คนรอบข้างหรือร่วมกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น สิ่งนี้จะเป็นโอกาสช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ็อันดีในกลุ่มให้กับคุณ
3. จงทำตัวให้เป็นธรรมชาติ

จัดการกับอารมณ์ ?คนกรุ๊ปเลือด B เมื่อร่างกายอยู่ในสภาวะสมดุล ก็จะสามารถขจัดความเครียด และความวิตกกังวลลงได้
แต่เมื่อใดที่ไม่อยู่ในสภาวะสมดุลระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลจะเพิ่มสูงขึ้น และทำให้มีโอกาสที่จะติดเชื้อไวรัส เกิดอาการเหนื่อยล้าเป็นเวลานาน จิตใจมัวหมองและภูมิคุ้มกันบกพร่อง สิ่งที่ต้องทำ คือ ลดฮอร์โมนคอร์ติซอล ที่ร่างกายหลั่งออกมาเพื่อตอบสนองต่อสภาวะเครียด ด้วยการทำสมาธิและการใช้จินตนาการหากิจกรรมที่กระตุ้นให้เกิดสมาธิ ซึ่งไทชิจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดนอกจากช่วยลดความเครียดแล้วยังลดความดันโลหิต และทำให้รู้สึกผ่อนคลายช่วยให้อารมณ์ดีขึ้น และอาจฟังดนตรีแนวที่ช่วยลดความเครียดหรือเพลงที่ทำให้เกิดจินตนาการ

การดูแลสุขภาพ ตามกรุ๊ปเลือด AB
กินอย่างไร ?ผู้ที่มีกรุ๊ปเลือด AB ต้องจำกัดปริมาณเนื้อสัตว์สีแดงและไม่ควรรับประทานเนื้อไก่ เนื่องจากร่างกายมีกรดไฮโดรคลอริกในกระเพาะอาหารและน้ำย่อยในลำไส้มีปริมาณน้อย ทำให้ย่อยอาหารได้ยากเปลี่ยนมาบริโภคผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง ปลา ไข่ไก่ และผักแทน

อาหารที่ควรเลี่ยง สำหรับคนกรุ๊ปเลือด A และ B ก็ควรจะเลี่ยงในผู้ที่มีกรุ๊ปเลือด AB ด้วยกัน
เช่น ไม่ควรบริโภค คาเฟอีน และแอลกอฮอล์มากเกินไป เพราะคาเฟอีนจะไปกระตุ้นให้ร่างกาย
หลั่งสารอะดรีนาลีน และนอร์อะดรีนาลีน ซึ่งคนกรุ๊ปเลือด AB มีมากอยู่แล้ว ไม่ควรอดอาหารเพราะจะทำให้เกิดความเครียด

ออกกำลังกาย ?ผู้ที่มีกรุ๊ปเลือด AB ควรทำกิจกรรมทั้งประเภทที่ก่อให้เกิดความสงบนิ่งและใช้แรงมาก เช่น โยคะและ การเต้นแอโรบิค

สิ่งที่ควรทำ 1. ฝึกฝนนิสัยเป็นมิตรของคุณโดยเปิดรับสิ่งใหม่ๆ รอบตัว และหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่มีการแข่งขันสูง
2. เลิกหมกมุ่นกับปัญหาที่ไม่สามารถควบคุมได้หรือไม่ได้มีผลกระทบต่อคุณ
3. ฝึกใช้จินตนาการเป็นประจำทุกวัน
4. มีแผนการที่ชัดเจนเกี่ยวกับเป้าหมายที่ต้องการบรรลุโดยกำหนดเป็นรายปีเดือน สัปดาห์หรือต่อวัน
5. ค่อยๆ เปลี่ยนรูปแบบการดำเนินชีวิตอย่าพยายามจัดการกับทุกสิ่งในเวลาเดียวกัน

จัดการกับอารมณ์
1. วางแผนล่วงหน้าว่าจะทำอะไรเพื่อช่วยลดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันและไม่ให้เกิดความเร่งรีบจนทำอะไรไม่ถูก
2. หยุดพักในวันทำงานด้วยการทำกิจกรรมที่มีการเคลื่อนไหวโดยเฉพาะถ้างานของคุณต้องนั่งอยู่กับที่ เพราะจะช่วยให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้น
3. ปลีกเวลาไปตอบแทนสังคมบ้างเพราะคนกรุ๊ปเลือดนี้มีพื้นฐานเป็นคนใจบุญสุนทาน และเห็นอกเห็นใจเพื่อนร่วมโลกซึ่งอาจใช้วิธีบริจาคเงินหรือสิ่งของให้แก่ผู้ยากไร้

การดูแลสุขภาพ ตามกรุ๊ปเลือด O
กินอย่างไร ?อาหารประเภทโปรตีนเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ที่มีกรุ๊ปเลือดO ควรรับประทานเนื้อสัตว์ต่างๆให้มาก
ยกเว้นหมู นมและผลิตภัณฑ์จากนมให้บริโภคแต่น้อย เพราะร่างกายจะย่อยได้ยาก
จำกัดปริมาณการบริโภคถั่ว รับประทานผักผลไม้ให้มากและเปลี่ยนมาดื่มชาเขียวแทนกาแฟ

ออกกำลังกาย ?คนมีกรุ๊ปเลือด O ที่ออกกำลังสม่ำเสมอจะมีการตอบสนองต่ออารมณ์ดียิ่งขึ้น การเต้นแอโรบิค วิ่งหรือปั่นจักรยาน ครั้งละ 30 - 45 นาที ประมาณ 3 ครั้งต่อสัปดาห์ จะช่วยให้เกิดสภาวะสมดุลของอารมณ์

สิ่งที่ควรทำ
1. มีแผนการที่ชัดเจนเกี่ยวกับเป้าหมายที่ต้องการบรรลุ โดยกำหนดเป็นรายปี เดือน สัปดาห์หรือต่อวัน
2. หลีกเลี่ยงการตัดสินใจในเรื่องใหญ่ๆ และอย่าใช้เงินเมื่อเกิดความรู้สึกเครียด
3. หากรู้สึกเครียดหรือหงุดหงิดพยายามทำให้ร่างกายเกิดความเคลื่อนไหว
4. เมื่อเกิดความอยากเหล้า บุหรี่ น้ำตาล และยานอนหลับ สิ่งเหล่านี้จะกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารที่ทำให้เกิดความสุขในระยะแรกเท่านั้น ควรหากิจกรรมอย่างอื่นแทน

จัดการกับอารมณ์
1. กำหนดแผนการว่าจะทำอะไรเพื่อลดความซ้ำซากจำเจ เพราะเมื่อคนกรุ๊ปเลือด O รู้สึกเบื่อพวกเขามักทำอะไรเสี่ยงๆ
2. ฝึกรับมือกับความโกรธด้วยวิธีการดังนี้เมื่อรู้สึกว่าไม่สามารถควบคุมอารมณ์โกรธ ไปเดินเล่นสักพัก ดื่มน้ำ ออกกำลังหรือเขียนระบายความรู้สึกออกมา รอจนกว่าจะหายโกรธแล้วค่อยกลับมาจัดการกับปัญหา อีกวิธีคือเรียนรู้วิธีการแก้ปัญหา บ่อยครั้งความโกรธมีสาเหตุมาจากการเสียความสามารถในการควบคุม
เมื่อคุณเลือกที่จะแก้ปัญหามากกว่าจะระเบิดอารมณ์โกรธออกมา ก็จะสามารถควบคุมระดับความเครียดในร่างกายให้คงที่ได้

กลิ่นธรรมชาติ ที่ช่วยกระตุ้นสมองในยามเช้า


     การตื่นนอนในตอนเช้าเป็นช่วงเวลาที่สมองเพิ่งฟื้นจากการพักผ่อน ช่วงเวลานี้จึงเป็นช่วงเวลาที่สมองควรได้รับการกระตุ้นให้สดชื่น เช่นการล้างหน้า อาบน้ำ แปรงฟัน รวมไปถึงการได้รับกลิ่นหอมจากเปลือกส้มหรือ กลิ่นหอมจากมะนาวด้วย
     Alan Hirsch ผู้เชี่ยวชาญด้านด้านกลิ่นและรสชาติ ได้ทำการทดลองกับกลิ่นประเภทต่างๆ 3 ชนิดคือ กลิ่นจากดอกมะลิ กลิ่นจากผลส้ม และกลิ่นจากการบูร โดยการวัดคลื่นสมองหลังจากการดมกลิ่นเหล่านี้ในช่วงเวลาเพิ่งตื่นนอน และเปรียบเทียบว่ากลิ่นใดช่วยกระตุ้นสมองให้ตื่นตัวได้มากที่สุด
     และเขาก็พบว่ากลิ่นจากดอกมะลิ ช่วยให้คลื่นสมองเบต้าตื่นตัวดีขึ้น ส่วนกลิ่นผลส้มและการบูร ช่วยให้เส้นประสาท trigeminal ( เส้นประสาทที่ตื่นตัวจากการดมยาดม ) ฟื้นตัวไวขึ้น ดังนั้นการรับประทานอาหารเช้าที่เป็นส้มสดๆ จะช่วยให้ท่านสดชื่นขึ้นได้โดยไม่รู้ตัว รวมไปถึงกลิ่นการบูรอ่อนๆรอบๆตัว เช่นภายในห้องนอนหรือห้องน้ำก็ช่วยให้ท่านสดชื่นในยามเช้าได้

สวยใส ไร้เครื่องสำอาง

ผิวหน้าสวยใสของวัยรุ่น ไม่ต้องแต่งให้มากก็สวยได้
 
      แท้จริงแล้ว สิวเกิดจากการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนในร่างกาย และมันเป็นเรื่องปกติธรรมดามาก         วิธีป้องกันรักษาก็ไม่ยาก แค่พักผ่อนให้เพียงพอ ทำจิตใจให้สดชื่น ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และรักษาความสะอาดใบหน้าให้ดี หน้าก็ใสไร้สิวได้แล้ว
      ส่วนเรื่องหน้ามันก็เป็นเพราะอากาศร้อน หรืออาจเพราะเราเป็นคนผิวมันอยู่แล้ว ไม่ก็กินอาหารที่ใช้น้ำมันเป็นส่วนประกอบมากเกินไปแค่นั้นเอง
     ถ้าอยากให้ผิวชุ่มชื้นโดยไม่ต้องพึ่งมอยส์เจอร์ไรเซอร์ ก็ให้ดื่มน้ำและกินผักผลไม้มากๆ
ที่สำคัญคือ ถ้าไปหาซื้อเครื่องสำอางเหล่านี้มาใช้เอง  อาจเจอแจ๊คพ็อต..แพ้สารเคมีจากเครื่องสำอางเข้าไปอีก แทนที่จะได้หน้าใสไร้สิว กลับจะได้หน้าเห่อมาแทนที่

ช่วงอายุ กลุ่มสินค้าที่สนใจ
11-14 ปี แป้งฝุ่น ลิปกลอส เจลล้างหน้า
15-17 ปี แป้งตลับ ลิปสติก บรัชออน และโคโลญจน์
17-24 ปี ชุด Make up ขนาดพกพา

วันศุกร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2555

เคล็ดลับรักษาสิวในแบบชีวจิต

เคล็ดลับรักษาสิวในแบบชีวจิต

 
5 เคล็ดลับสวยใสไร้สิวแบบชีวจิต
 
     1. ปรับอาหารการกินด้วยสูตรชีวจิต ให้ถูกต้อง ไม่ควร รับประทานแป้งข้าวและของหวานที่ทำจากน้ำตาลทรายขาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งช็อกโกแลต รวมทั้งอาหารประเภทมันๆ และของ ทอดทั้งหลาย ควร หันมารับประทานผักและผลไม้ให้มาก เพราะมีวิตามินซี วิตามินอี เบตาแคโรทีน แร่ธาตุโครเมียม และคลอโรฟิลล์ เพื่อช่วยปรับ สมดุลของฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกาย และเลือกรับประทานอาหารที่มีแร่ธาตุสังกะสี ได้แก่ ข้าวซ้อมมือ ขนมปังโฮลวีท อาหารทะเล เป็น ต้น เพื่อช่วยลดการอักเสบและการติดเชื้อของสิว นอกจากนี้ยังทำให้แผลเป็นหายเร็วขึ้น ด้วยการสร้างเนื้อเยื่อใหม่แทนเซลล์ผิวหนังที่เสีย ไป
     2. ใช้ดีท็อกซ์ช่วยกำจัดท็อกซิน เพราะการเป็นสิว ย่อมแสดงว่าร่างกายในช่วงนั้นมีเจ้าท็อกซินหรือพิษเกิดขึ้นแล้ว ดังนั้น การทำดีท็อกซ์ ตามหลักชีวจิต เพื่อช่วยขจัดพิษในร่างกาย หลังจากทำดีท็อกซ์เสร็จ ก็เข้าห้องอบไอน้ำหรือ ซาวน่า เพื่อขับพิษออกทางผิวหนังได้อีกทางหนึ่ง ค่ะ
     3. ดื่มน้ำสมุนไพรที่ไม่มีน้ำตาล เช่น ลูกใต้ใบ มะตูม หรืออื่นๆ ตามตำราชีวจิต เพราะน้ำจะเป็นตัวพาของเสียสิ่งสกปรกออกไป และจะได้ ประโยชน์จากสมุนไพรแต่ละชนิดอีกด้วย
     4. ออกกำลังกายจนเหงื่อออก ช่วยให้เลือดหมุนเวียนดี และทำให้ต่อมไขมันเปิดและพาหัวสิวให้ละลายง่าย ไม่เกิดสิว แต่ที่สำคัญ อย่าลืม ล้างหน้าให้สะอาดทุกครั้งหลังการออกกำลังกาย
     5. ทำจิตใจให้สงบ มีอารมณ์สดชื่นแจ่มใสความผ่อนคลายนี้จะช่วยให้การไหลเวียนของเลือดและน้ำเหลือง รวมทั้งทำให้เม็ดเลือดขาวใน ร่างกายทำงานได้ดีขึ้น



วันพุธที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2555

ส่งงานนำเสนอประวัติส่วนตัว

รัก 7 ปี ดี 7หน

รัก 7 ปีดี 7 หน
ผู้สร้าง GTH นักแสดงนำ 1 สุทัตตา อุดมศิลป์ ...มิลค์ (14) 2. จิรายุ ละอองมณี ...ป่วน (14) 3. ศิริน หอวัง ...แหม่ม (21/28) 4. ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ ...จอน (21/28) 5. สู่ขวัญ บูลกุล ...หล่อน (42.195) 6. นิชคุณ หรเวชกุล ...เขา (42.195) 7. ปาณิสรา พิมพ์ปรุ ...เพื่อนของหล่อน (42.195) เรื่องย่อ... เนื้อเรื่องย่อ "14" กำกับโดย ปวีณ ภูริจิตปัญญา ความรักของ ป่วน (จิรายุ ละอองมณี) และ มิลค์ (สุทัตตา อุดมศิลป์) ไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป ฉับพลันที่ป่วนตัดสินใจเปลี่ยน Status ใน Facebook เป็น ‘In Relationship’ ป่วนโพสต์คลิปเผยแพร่ความรักของตัวเองลงใน Youtube อย่างละเอียดยิบด้วยความภาคภูมิใจและเนิร์ดแฟน หลากหลายคอมเม้นต์ ความอยากรู้อยากเห็น และยอด Views ที่พุ่งอย่างไม่หยุดยั้ง ดึงป่วนให้ถลำลึกลงไปในโลกของฟีดแบ็คจากคนที่เขาไม่รู้จัก ส่วนคนที่เขารักนั้น ยิ่งนานวันเธอก็ยิ่งมีค่าน้อยกว่ายอดคลิก Like ในหน้า Wall Facebook ของเขา "21/28" กำกับโดย อดิสรณ์ ตรีสิริเกษม เรื่องราวรักนอกจอของอดีตสองซุปเปอร์สตาร์ที่เคยมีหนังร้อยล้านร่วมกันเมื่อ 7 ปีก่อน ปัจจุบันฝ่ายหญิง แหม่ม (คริส หอวัง)ในวัย 28 ยังกระเสือกกระสนหาทางกลับไปยืนแป้นนางเอกอีกครั้ง โอกาสมาถึงเมื่อสตูดิโอเจ้าของหนังประกาศสร้างภาคสอง แต่นั่นหมายถึงต้องได้พระนางคู่เก่าคืนจอ ปัญหาอยู่ที่ จอน (ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์) นั้นสาปส่งวงการหนีไปเป็นผู้ดูแลสัตว์น้ำใน Siam Ocean World ไปแล้ว แหม่มจึงต้องบากหน้าไปตื๊อแฟนเก่าทั้งที่ตัวเองเป็นฝ่าย ‘ดังแล้วทิ้ง’ เพียงเพื่อจะพบว่าอดีตพระเอกเจ้าของกล้ามซิคแพ็คได้แปรสภาพเป็นไอ้อ้วนหนัก 80 ที่เกลียดเธออย่างกับขี้ไปซะแล้ว "42.195" กำกับโดย จิระ มะลิกุล ซึ่งจับเอาเรื่องราวของชีวิตและการวิ่งมาราธอนมาเปรียบล้อกัน เรื่องราวของ หล่อน (สู่ขวัญ บูลกุล) ผู้ประกาศข่าวสาววัย 40 ที่กำลังหลงแผนที่ชีวิต หล่อนประสบกับความสูญเสียใหญ่หลวงและไม่รู้จะมีชีวิตต่อไปเพื่ออะไร จนกระทั่งหล่อนได้พบกับ เขา (นิชคุณ หรเวชกุล) นักวิ่งหนุ่มที่ชวนให้หล่อนเข้าแข่งขันมาราธอน ลมหายใจของหล่อนก็เหมือนจะกลับมามีความหมายอีกครั้ง บนเส้นทางชีวิต อายุก็ไม่ต่างอะไรกับหลักกิโลเมตรบอกระยะทางในการแข่งขัน 14 กิโลเมตรแรก แห่งความสดชื่น กระฉับกระเฉง มุ่งมั่นจะเอาชนะ 21/28 กิโลเมตรถัดมา เมื่อถึงครึ่งระยะทาง จะวิ่งกลับหรือไปต่อ เราต้องตัดสินใจ 42.195 จุดหมายปลายทางแสนไกล ขอแค่มีใครสักคนวิ่งอยู่เคียงข้างเรา หลายครั้งที่คนเราต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลง เดี๋ยวสุขก็พลิกเป็นเศร้า เหงาเปลี่ยนเป็นอบอุ่น นี่คือหนังที่พยายามให้กำลังใจกับคนดูทุกคนว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นระหว่างเส้นทางมาราธอนชีวิตของคุณ ขอให้คุณสั่งหัวใจตัวเอง “วิ่งต่อไป”

วันพุธที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2555

บันทึกความดีประจำวันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน 2555


1.ให้สลามแม่
2. แต่งตัวเรียบร้อย
3. ล้างจาน
4. ซักผ้า
5. ทำการบ้านเสร็จตามกำหนดส่ง
6. เข้าห้องเรียนตรงเวลา